
ไม่ใช้งบมาอุดหนุน
ชัดเจนแล้วว่าชาวนาไทยกระดูกสันหลังของชาติ จะต้องช่วยตัวเอง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดูแลเฉพาะบางส่วนเท่านั้น
ชัดเจนแล้วว่าชาวนาไทยกระดูกสันหลังของชาติ จะต้องช่วยตัวเอง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะดูแลเฉพาะบางส่วนเท่านั้น
ทั้งนี้ ภายหลังการปลดล็อกปัญหาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปีการผลิต 2556/2557 สำเร็จ คสช.ได้มีการแต่งตั้ง “คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว” ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นประธานกรรมการ ได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาข้าวให้เป็นไปอย่างยั่งยืนและมีการบูรณาการ โดยเน้นการเพิ่มผลผลิตและมูลค่าข้าวให้สามารถแข่งขันกับตลาดได้มากขึ้น แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ
การแก้ปัญหาระยะสั้น ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือชาวนาในช่วงการผลิตข้าวนาปี ปี 2557/2558 ให้มีรายได้ และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยการช่วยลดต้นทุนการผลิตและสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้กับเกษตรกร เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่
สำหรับการแก้ปัญหาระยะกลาง ซึ่งต้องใช้เวลา 13 ปี จะมุ่งหาแนวทางให้การปลูกข้าวมีต้นทุนที่ต่ำและมีผลผลิตต่อไร่ที่สูง รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพของข้าว เพื่อให้เกษตรกรมีกำไรจากการขายข้าวเปลือกและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 สำหรับการระบายข้าวจะไม่เร่งระบายข้าวเร็ว จนทำให้เสียราคา และการกำหนดราคาต้องให้เป็นไปตามกลไกตลาด
สุดท้ายคือ การแก้ปัญหาระยะยาวซึ่งต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 3 ปีนั้น การแก้ปัญหาต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยกำหนดเขตพื้นที่ปลูกข้าวโซนนิ่งให้เหมาะสมกับการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด
อย่างไรก็ตาม การส่งเสริมการตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้เป็นไปตามกลไกตลาด การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและที่สำคัญคือ การส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปลูกพืชทดแทน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐบาลอุดหนุน
ข้อเสนอของ วิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ให้มีการตั้งราคากลางในการรับซื้อข้าวเปลือกในตลาด ที่ความชื้น 15% อยู่ที่ประมาณตันละ 11.2 หมื่นบาท เพื่อช่วยเหลือชาวนารายย่อยที่มีพื้นที่เพาะปลูกไม่เกิน 30 ไร่ ล้มพับไปไม่เป็นท่า ชาวนาเอ๋ย...







