
กรุงศรีเฮ!เอยูเอ็มทะลุเป้า
เดินหน้าเพิ่มยอดลูกค้าอีก3หมื่นรายเปิดตัวกองเฮลท์แคร์มั่นใจแนวโน้มดี
เดินหน้าเพิ่มยอดลูกค้าอีก3หมื่นรายเปิดตัวกองเฮลท์แคร์มั่นใจแนวโน้มดี
บลจ.กรุงศรี ปลื้มเอยูเอ็มโตทะลุเป้าทั้งปี พร้อมคลอดกองหุ้น ตปท.ลงทุนธุรกิจเฮลท์แคร์
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 2.4 แสนล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 4.4 หมื่นล้านบาท หรือ 23% จากสิ้นปี 2556 ที่มีอยู่ 2.04 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับปีนี้แล้ว
อย่างไรก็ตาม สำหรับจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นมาประมาณ 2 หมื่นราย ในขณะที่ปีนี้ตั้งเป้าหมายเพิ่มลูกค้าให้ได้ 5.4 หมื่นราย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 28% จากสิ้นปี 2556 ที่มีฐานลูกค้า 1.7 แสนราย
“สิ่งที่ท้าทายต่อไปของเรา คือ การเพิ่มจำนวนลูกค้าให้ได้อีก 3 หมื่นรายภายในครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งหวังว่าในช่วงไตรมาส 4 จะมีลูกค้าเข้ามาจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” นายฉัตรพี กล่าว
นายฉัตรพี กล่าวอีกว่า เอยูเอ็มที่เติบโตขึ้นเป็นผลจากธุรกิจกองทุนรวมเป็นหลัก โดยธุรกิจกองทุนรวมมีการเติบโตสูงถึง 28% ในขณะที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมเติบโต 17% และบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดของกองทุนรวมหุ้น ตราสารหนี้ LTF และ RMF เพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
“กองทุนหุ้นและกองทุน LTF มีเงินลงทุนไหลเข้าสุทธิ 4,696 ล้านบาท ซึ่งสูงเป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม แบ่งเป็นกองทุนหุ้น 3,479 ล้านบาท และในกองทุน LTF รวมกว่า 1,217 ล้านบาท ทำให้กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลเป็นกองทุนหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม ขณะที่กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผลเป็นกองทุน LTF ที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดของอุตสาหกรรม” นายฉัตรพี ระบุ
นายฉัตรพี กล่าวว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ยังมีแผนจะออกกองทุนที่เน้นลงทุนหุ้นต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเริ่มจากการเปิดขายกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเฮลธ์แคร์อิควิตี้ปันผล เปิดขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 2231 ก.ค.
ทั้งนี้ กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลเฮลธ์แคร์อิควิตี้ปันผล จะลงทุนในกองทุนหลัก JP Morgan Global Healthcare Fund ซึ่งมีนโยบายลงทุนในกลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ทั่วโลก ประกอบด้วย ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ และธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพ ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เนื่องจากประชากรโลกกำลังเข้าสู่วัยชราและมีอายุขัยยาวนานขึ้น ส่งผลให้มีการใช้จ่ายด้านสุขภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีความต้องการคุณภาพด้านเฮลธ์แคร์ที่สูงขึ้นโดยเฉพาะในประเทศเกิดใหม่” นายฉัตรพี กล่าว
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่ทำธุรกิจเฮลท์แคร์มีเพียงหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเท่านั้น ทำให้โอกาสการลงทุนมีจำกัด ในขณะที่ต่างประเทศธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้คือเวชภัณฑ์ หรือบริษัทผู้ผลิตยารักษาโรค
“ทั่วโลกมีกองทุนธุรกิจเฮลท์แคร์จำนวนมากและมีความหลากหลาย แต่ บลจ.กรุงศรี เลือกลงทุนกองทุน JP Morgan Global Healthcare Fund เนื่องจากมีการกระจายลงทุนที่ดี โดยเฉพาะการลงทุนในบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการวิเคราะห์ในเชิงลึก ในขณะที่ผลดำเนินงานดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2556 ทำผลตอบแทน 61% ขณะที่ดัชนี MSCI World Healthcare ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานทำได้ 36% ถือว่าทำได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะให้ชนะเกณฑ์มาตรฐานประมาณ 3%” นายประภาส กล่าว







