
ควรแก้-ต้องแก้
การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยประธาน คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจออกประกาศฉบับที่ 103 แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97 นั้น การแสดงถึงความใจกว้างและการเปิดรับความคิดเห็นซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ คสช.กำหนดไว้ว่า กำลังจะเคลื่อนประเทศไปสู่ช่วงการปฏิรูป
การที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยประธาน คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจออกประกาศฉบับที่ 103 แก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 97 นั้น การแสดงถึงความใจกว้างและการเปิดรับความคิดเห็นซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ คสช.กำหนดไว้ว่า กำลังจะเคลื่อนประเทศไปสู่ช่วงการปฏิรูป
หลังการรัฐประหาร คสช.ได้ประกาศฉบับที่ 14 และ 18 เพื่อกำหนดวิธีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นความจำเป็นของ คสช. แต่สื่อมวลชนก็ได้เรียกร้องให้มีการยกเลิกประกาศทั้งสองฉบับในโอกาสอันควร เพราะมีเนื้อหาที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป
ต่อมาในวันที่ 18 ก.ค. คสช.ได้ยกเลิกประกาศทั้ง 2 ฉบับแล้ว รวมเนื้อหาออกมาเป็นฉบับที่ 97 ซึ่งสื่อมวลชนยากที่จะยอมรับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ได้ โดยเฉพาะข้อ 5 ซึ่งกำหนดว่าในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดให้ระงับการจำหน่าย จ่าย แจก หรือเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งการออกอากาศของรายการดังกล่าวโดยทันที และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนดความผิดฐานนั้นดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งข้อกำหนดที่ระบุว่าห้ามวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ คสช.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
สื่อมวลชนได้แจ้งปัญหาและอุปสรรคนี้ให้แก่ คสช.ได้รับทราบ และหัวหน้า คสช.ได้ขอให้ปลัดกระทรวงกลาโหมมารับฟังความเห็นของตัวแทนองค์กรสื่อมวลชน 4 องค์กร เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นำไปสู่การแก้ไขประกาศดังกล่าวในค่ำวันเดียวกัน
การแก้ไขครั้งนี้เป็นไปตามคำเรียกร้องของผู้แทนองค์กรสื่อมวลชน เช่น ยกเลิกการปิดสื่อให้เป็นอำนาจในการกำกับดูแลกันเองของสื่อและเปิดกว้างเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของ คสช.ต้องเป็นไปโดยเจตนาสุจริตเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช.ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ
ทั้งหมดนี้ แม้ยังมิได้เป็นการคืนเสรีภาพให้กับประชาชนและสื่อมวลชนทั้งหมดตามวิถีทางปกติ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าให้สื่อควบคุมกันเองซึ่งเป็นเรื่องที่สื่อมวลชนประเทศนี้ต่อสู้เรียกร้องมาตลอด สื่อทั้งหลายต้องมีจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นหลักการที่ต้องปฏิบัติอย่างแน่วแน่อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นประชาธิปไตย
อีกด้านหนึ่ง ประกาศฉบับนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่าการปฏิบัติของสื่อจะบรรลุหลักการนั้นได้หรือไม่
นั่นหมายความว่า ต้องมีการปฏิรูปสื่อเช่นเดียวกัน







