
MC หวังเข้า SET50 x^ri,[6dgvvu:u
เดือน ก.ค. 2557 ครบรอบ 1 ปีที่บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.)
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬ
เดือน ก.ค. 2557 ครบรอบ 1 ปีที่บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) เป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งในห้วงเวลา 1 ปี MC มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการในด้านต่างๆ เกิดขึ้นกับผู้ผลิตและจำหน่ายยีนส์ยี่ห้อแม็คอย่างไรบ้างนั้น
โพสต์ทูเดย์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ สุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แม็คกรุ๊ป และเจ้าของแม็คยีนส์
สุณี กล่าวว่า 1 ปีของการตัดสินใจเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และมีสถานะเป็น บจ.นั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้านในการทำธุรกิจ และมีสิ่งใหม่เข้ามาตลอดเวลาให้เรียนรู้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและประสบการณ์ที่ดีมากในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้คนและนักลงทุนได้เข้าใจในความเป็นแม็คยีนส์
แบรนด์ยีนส์อยู่ในตลาดมากว่า 40 ปี และมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 มากขึ้น ผลดำเนินงานและผลประกอบการก็สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายและแผนที่วางไว้
เป้าหมายหลักที่ตั้งว่าในช่วง 35 ปี อัตราการเติบโตของธุรกิจจะอยู่ในระดับ 20% ไม่น่าจะเกินความสามารถที่ตั้งไว้
“การนำแม็คยีนส์เข้า ตลท. เพราะการเข้า ตลท.สร้างโอกาสมากมายทางธุรกิจให้เกิดขึ้น ตอนนี้ MC มีเงินในมือ 2,000 ล้านบาท เพียงพอในการหาโอกาสใหม่ๆ และหาช่องทางในการทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง” สุณี กล่าว
การที่หุ้นของ MC ได้ถูกนำเข้าไปคำนวณน้ำหนักในดัชนี MSCI ในการปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อเดือน พ.ค. และยังได้ถูกนำเข้าไปคำนวณใน SET100 ของ ตลท. และเป้าหมายถัดไปคือ การเข้าไปเป็นหนึ่งในหุ้นที่จะถูกนำไปคำนวณในดัชนีหุ้นปันผล SETHD
ทุกวันนี้ MC ปันผลในสัดส่วน 80% ของกำไรสุทธิ หรือให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในอัตรา 4.10% และเป้าหมายถัดไปคือ การถูกคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ใน SET50 ซึ่งขณะนี้ได้ให้ทีมงานหาข้อมูลมาดูว่า การไปอยู่ใน SET50 นั้นมีกฎกติกาอย่างไรบ้าง และถือว่าเป็นเรื่องในอนาคตที่จะต้องเกิดขึ้น และการมีเป้าหมายที่ชัดเจน ถือว่าเป็นเรื่องดีและท้าทายในการทำธุรกิจ
นอกจากนี้ หากดูตัวเลขทางการเงินสำคัญจะเห็นว่า MC มีตัวเลขที่อยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) ที่ 36.42% ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (อาร์โอเอ) ที่ 26.58% อัตรากำไรสุทธิ 23.58% และมีสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ที่ 18.75 เท่า ซึ่งถือว่าไม่สูงนักและธุรกิจของบริษัทยังเติบโตได้ดี ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 1.42 หมื่นล้านบาท
สุณี ยอมรับว่าในช่วงแรกที่หุ้นเข้าซื้อขายและราคาหล่นลงมาอยู่ 9 บาท จากราคาขายประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 16 บาท เพราะเผชิญวิกฤตทั้งในและต่างประเทศที่กดดันตลาดหุ้น ก็กังวลและตกใจเช่นกัน
แต่ด้วยความเชื่อมั่นในพื้นฐานและเชื่อมั่นต่อธุรกิจ เมื่อหุ้นลงก็พร้อมที่จะเข้าซื้อเช่นกัน และช่วงนั้นทุกคนทำงานกันหนักมากในการเดินสายให้ข้อมูลนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้เข้าใจธุรกิจของ MC
การเดินสายนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจและรู้จัก MC ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ไปโรดโชว์ที่อังกฤษกับบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) ในวันที่ประเทศไทยมีการรัฐประหาร คำตอบและคำถามที่จะเกิดขึ้นจากนักลงทุนกลายเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
โชคดีที่มีตัวแทนภาครัฐไปด้วย จึงสามารถตอบและอธิบายเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น และล่าสุดก็ไปกับ ตลท. คำถามส่วนใหญ่นักลงทุนจะถามถึงการเติบโตและการขยายตัวของบริษัทในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร และเร็วๆ นี้ จะไปโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นกับทาง บล.โนมูระ พัฒนสิน ด้วย
ผลของการไปโรดโชว์ทำให้นักลงทุนและกองทุนให้ความสนใจที่จะมาขอซื้อหุ้นบริษัท ซึ่งก่อนหน้าได้ขายให้กับกองทุนที่มีลอมบาธเป็นผู้ถือหุ้นไปแล้ว และล่าสุดมีกองทุนจากสหรัฐมีความต้องการที่จะซื้อหุ้นยกล็อตอีก ล่าสุดได้ตัดสินใจขายหุ้นให้กับกองทุนสถาบันและกองทุนต่างประเทศและได้รับซื้อหุ้นเพิ่มเข้ามา ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเป็น 44% ซึ่งเงินที่นำมาซื้อก็มาจากเงินปันผลที่ได้รับซึ่งก็นำมาลงทุนในหุ้นตัวเอง







