posttoday
หุ้นไทยป่วนขึ้นตามเงินต่างชาติ

หุ้นไทยป่วนขึ้นตามเงินต่างชาติ

20 กรกฎาคม 2557

ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,533.41 จุด

ดัชนีหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,533.41 จุด เพิ่มขึ้น 1.01% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 59.26% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 49,625.54 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ

อย่างไรก็ตาม ปลายสัปดาห์หุ้นไทยเผชิญกับ 2 ปัจจัยลบ คือ กรณีที่นักลงทุนขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงหลังข่าวเหตุการณ์เครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ถูกยิงตกในยูเครน

รวมทั้งกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ชะลอประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมออกไป 1 ปี ซึ่งส่งผลให้หุ้นกลุ่มสื่อสารดิ่งกันถ้วนหน้า และหนักสุดคือหุ้นของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ถึง 4.87% หรือ 11 จุด

บทวิเคราะห์โบรกเกอร์ให้เลี่ยงหุ้นกลุ่มสื่อสาร รวมถึงปรับลดประมาณการของ ADVANC เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตที่จะชะลอตัวลง

โบรกเกอร์มองหุ้นปีหน้า 1,630-1,680 จุด

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน (CNS) และ บล.ธนชาต ได้ออกบทวิเคราะห์ที่มีมุมมองดีต่อหุ้นไทยและยังไปอีกไกลถึงปี 2558

ทั้งนี้ CNS ได้เพิ่มเป้าดัชนีปีนี้เป็น 1,550 จุด จากเดิม 1,474 จุด และปีหน้า 1,680 จุด ด้าน บล.ธนชาต มองดัชนีปีหน้า 1,6301,750 จุด

สำหรับปัจจัยที่โบรกเกอร์เพิ่มมุมมองและดัชนีหุ้นไทยขึ้น เพราะมองว่าประเทศไทยได้พ้นภาวะสุญญากาศทางการเมืองไปแล้ว และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการเบิกจ่ายเงินของภาครัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและมีแผนการเบิกจ่ายงบลงทุน

ทั้งนี้ ยังมองว่าช่วง 1215 เดือนนับจากนี้เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่จุดฟื้นตัว 56 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่สัญญาณการปรับลดกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ได้สิ้นสุดลงหลังจากปรับลดต่อเนื่องมากว่า 1 ปีจากปัญหาการเมือง

แบงก์ฟาดกำไร 38,548 ล้านบาท

บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เริ่มประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมา โดยเริ่มจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์เป็นกลุ่มแรก และสัปดาห์ที่ผ่านมามีธนาคารพาณิชย์ทั้ง 6 แห่ง ประกาศผลการดำเนินการไตรมาส 2 ออกมา

ทั้งนี้ พบว่ามีกำไรสุทธิ 38,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 2,250 ล้านบาท คิดเป็น 6.19% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรก และยังเติบโตมากถึง 11.25% จำนวน 3,900 ล้านบาท จากไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ส่วนใหญ่มีผลงานดีขึ้น โดยเฉพาะธนาคารทหารไทยพุ่งขึ้นถึง 925% จากไตรมาส 2 ปีก่อน ขณะเดียวกันธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นธนาคารที่มีกำไรสุทธิสูงที่สุด 14,723 ล้านบาท

นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 16.44% และสูงกว่าไตรมาสแรก 12.1% ปัจจัยหลักมาจากการขายเงินลงทุนและผลสำเร็จอย่างดีจากกลยุทธ์หลักของปี 2557

ทั้งนี้ ธนาคารลดต้นทุนเงินฝาก ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 14% รวมถึงอัตราค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงมาอยู่ที่ 35.1% จาก 38% และการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมบริการ ส่วนสินเชื่อค่อนข้างนิ่ง โดยมีคุณภาพที่ดีและคงตัว แต่ต้องระมัดระวัง จึงตั้งสำรองอีกจำนวน 3,200 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีมีกำไรสุทธิรวม 2.79 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า

หุ้นไทยป่วนขึ้นตามเงินต่างชาติ

 

รอซูเปอร์บอร์ดเคาะแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) และคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด) เปิดเผยว่า ข้อเสนอที่ต้องการให้แปรรูปองค์กรรัฐวิสาหกิจต้องรอซูเปอร์บอร์ดพิจารณาและตัดสินใจ แม้ส่วนตัวจะเห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เนื่องจากมีหลายมิติที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้หากพิจารณาในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น องค์กรรัฐวิสาหกิจในสหราชอาณาจักรทุกแห่ง หลังแปรรูปรัฐบาลจะต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 0% โดยมีข้อดีจะกลายเป็นบริษัทเอกชนที่มีวิธีการบริหารที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สะท้อนจากผลลัพธ์ที่กลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกจากที่เคยขาดทุนมหาศาลในอดีต

“ส่วนตัวเห็นด้วยกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แต่เมื่อมาเป็นหนึ่งในซูเปอร์บอร์ดคงต้องมาหารือทำงานกันต่อไปในคณะอนุกรรมการก่อนเสนอบอร์ดใหญ่ เพราะหลังตั้งบอร์ดเริ่มประชุมไปเพียง 1 ครั้ง ขณะที่การป้องกันการผูกขาดจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นเอกชนเป็นคนละประเด็น การแปรรูปทุกครั้งถ้ามีลักษณะการผูกขาดต้องทำลายก่อน ส่วนการผูกขาดโดยธรรมชาติ เช่น ธุรกิจสนามบินต้องมีกลไกดูแล คือ เรกูเลเตอร์คอยควบคุมไม่ให้ใช้อำนาจการสร้างราคาที่ไม่เป็นธรรม” นายบรรยง กล่าว

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมดไม่รวมสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีรายได้รวมประมาณ 5 ล้านล้านบาท/ปี มีค่าใช้จ่ายและงบลงทุนรวมประมาณ 4.60 ล้านล้านบาท โดยในอดีตที่ผ่านมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลกระจายในหลายองค์กร ภาครัฐจึงไม่มีมาตรฐานเดียวกัน

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เบรนท์ฟอร์ด พบ ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69