posttoday
คสช. สั่งรื้อภาษีทั้งระบบ

คสช. สั่งรื้อภาษีทั้งระบบ

20 กรกฎาคม 2557

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า คสช.กำลังศึกษาเรื่องการปรับปรุงภาษีทั้งระบบ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษี นิติบุคคล ผู้ประกอบการ โดยที่รัฐบาลสามารถดูแลเรื่องสวัสดิการของคนไทยได้อย่างทั่วถึง โดยมีโจทย์ที่สำคัญคือรายได้ของรัฐไม่เป็นไปตามประมาณการที่ตั้งไว้ หลังเศรษฐกิจที่ผ่านมาชะลอตัว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา คสช.ประกาศให้คงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวตไว้ที่ 7% ออกไปอีก 1 ปี สิ้นสุด 30 ก.ย. 2558 และคาดว่าจะเตรียมปรับขึ้นเป็น 10% ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การขึ้นแวตครั้งนี้รวมถึงการเตรียมปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพราะรัฐบาลต้องการหารายได้เพิ่มเพื่อเตรียมความพร้อมการดูแลสังคมผู้สูงอายุ และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการเสียภาษีที่คิดตามหลักการของคนที่บริโภคมากต้องจ่ายมาก

ขณะที่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือ ภาคธุรกิจจะเร่งสั่งซื้อสินค้าตุนไว้ก่อนที่จะถูกปรับราคาขึ้นหลังใช้อัตราภาษีใหม่ และประชาชนผู้มีรายได้น้อยจะต้องซื้อสินค้าในราคาที่แพงมากขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเสนอผลการศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ เช่น การปรับลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้สอดคล้องกับการปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลที่ลดลงเหลือ 20% และการปรับปรุงอัตราภาษีสรรพสามิตในกลุ่มภาษีบาป เช่น สุรา ยาสูบ และภาษีที่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงเร่งเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่มีกำไร 13 ล้านบาท ให้เหลือ 15% จากปัจจุบันจัดเก็บที่ 20%

จับตาแต่งตั้งผู้บริหารรัฐวิสาหกิจคลัง

ภายในสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง นับแต่คณะกรรมการชุดใหม่ และกรรมการผู้จัดการ โดยมีหน่วยงานที่ต้องจับตาคือ ธนาคารออมสิน ทั้งตัวกรรมการและผู้อำนวยการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ซึ่งคณะกรรมการยกทีมลาออก และไม่มีกรรมการผู้จัดการมานานหลายเดือน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ที่ปัจจุบันมีคณะกรรมการอยู่ 4 คน และยังขาดกรรมการผู้จัดการ

ด้านสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เตรียมเปิดรับสมัครกรรมการในรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมอีกกว่า 140 คน จากทั้งหมด 700 คน เพราะมีบางคนที่อายุเกิน 65 ปี และบางรายก็ยื่นใบลาออกไป


รื้อโควตาสลาก 42 ล้านฉบับ

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ประกาศรื้อโควตาสลาก 42 ล้านบาทใหม่ โดยจะเน้นจัดสรรให้รายย่อยมากขึ้น สร้างความระส่ำระสายให้ผู้ค้ารายเดิมที่ถูกโควตาอยู่มาก แต่เนื่องจากเป็นนโยบายของ คสช.ที่ต้องการจัดการเรื่องการขายสลากเกินราคา ซึ่งปัญหาเกิดจากการได้โควตาสลากของพวกยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ที่เอาสลากไปรวมชุดขายในราคาแพง จึงทำให้ต้องมีการรื้อโควตาสลากใหม่ เพื่อลดการผูกขาดของผู้ค้ารายใหญ่

นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯ ยังเตรียมแก้ พ.ร.บ.สลากฯ ใหม่ เพราะของเก่าใช้มานานถึง 40 ปี คาดว่าจะมีการเพิ่มประเภทสินค้าคือสลากออนไลน์เข้าไปด้วย เพื่อแก้ปัญหาสลากเกินราคา

อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาทั้งหมดจะเกิดได้ต้องมีการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ คนใหม่ให้เรียบร้อยก่อนสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการสลากชุดใหม่ได้

คสช. สั่งรื้อภาษีทั้งระบบ

 

ธปท.ยันค่าบาทไม่ใช่ปัญหา

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่าขณะนี้ค่าเงินบาทไม่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจและผู้ส่งออก แต่อาจจะมีบางปัจจัยจากภายนอกที่กระทบเสถียรภาพค่าเงินบาทชั่วคราว ซึ่งตลาดการเงินยังมีความเชื่อมั่นในสกุลเงินบาทของไทย

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกพบว่าค่าเงินบาทแข็งค่า 1.3% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน โดยแข็งสอดคล้องกับภูมิภาค ส่วนปัจจัยที่เข้ามากระทบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในครึ่งปีแรกมีทั้งด้านที่ทำให้อ่อนค่าและแข็งค่า

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี