posttoday
ตลาดวิจัยคึกลูกค้าใช้งบจีเอฟเคฯชิงจัดเรตติ้งดิจิทัลสิ้นปีนี้

ตลาดวิจัยคึกลูกค้าใช้งบจีเอฟเคฯชิงจัดเรตติ้งดิจิทัลสิ้นปีนี้

16 กรกฎาคม 2557

ธุรกิจวิจัยตลาดในเมืองไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้เริ่มฟื้นตัวชัดเจน จากที่ผู้ประกอบการไทย หน่วยงานภาครัฐ และต่างประเทศ เริ่มกลับมาใช้งบการวิจัย เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค หลังจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว หวังปลุกปั้นยอดขายและส่วนแบ่งตลาด ขณะที่จีเอฟเคฯ เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เพื่อรับกับการเติบโตธุรกิจวิจัยตลาด

ธุรกิจวิจัยตลาดในเมืองไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้เริ่มฟื้นตัวชัดเจน จากที่ผู้ประกอบการไทย หน่วยงานภาครัฐ และต่างประเทศ เริ่มกลับมาใช้งบการวิจัย เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค หลังจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว หวังปลุกปั้นยอดขายและส่วนแบ่งตลาด ขณะที่จีเอฟเคฯ เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ เพื่อรับกับการเติบโตธุรกิจวิจัยตลาด

ดารณี เจริญรัชต์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอฟเค มาร์เก็ตไว้ส์ และประธานสมาคมวิจัยการตลาดโลก เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจวิจัยตลาดในครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นจากมีผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและรถยนต์ ผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นและเกาหลีเริ่มกลับมาใช้งบวิจัยตลาด เพื่อทำตลาดและเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยผู้ประกอบการจากต่างประเทศเริ่มมีความเชื่อมั่นและกลับมาลงทุน เพราะมองว่ากำลังซื้อผู้บริโภคจะฟื้นตัว

ขณะเดียวกัน ธุรกิจวิจัยการตลาดโลกเริ่มให้บริษัทวิจัยไทยเข้าไปประมูลงานต่างประเทศ หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกภาพรวมธุรกิจวิจัยการตลาดหดตัวลง จากการที่ลูกค้าชะลอการทำตลาดไป แต่หลังจากสถานการณ์การเมืองคลี่คลายในช่วงเดือน ก.ค. ลูกค้าของบริษัทเริ่มกลับมาใช้งบตามแผนและรายใหม่เข้ามาใช้บริการ อาทิ โตโยต้า เอสซีจี กรุ๊ป เป๊ปซี่โคล่า ไทย เทรดดิ้ง และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยรายได้เพียง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เท่ากับรายได้ 6 เดือน หรือครึ่งปีแรกปีนี้

ทั้งนี้ ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจวิจัยปี 2557 จะโต 5% หรือมูลค่าเพิ่มจาก 5,153 ล้านบาท เป็น 5,400 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดการณ์จะโตถึง 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ธุรกิจวิจัยโต 7.62% ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดจะโต 10% โดยมีปัจจัยลบชุมนุมการเมืองไตรมาส 4 ซึ่งปัจจุบันไทยมีมูลค่าตลาดธุรกิจวิจัยอันดับ 5 ญี่ปุ่นมากที่ 1 มูลค่าราว 2,234 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยจีน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และอินเดีย

หากประเมินธุรกิจวิจัยตลาดในไทยยังสามารถเติบโตได้อีกมาก เพราะมูลค่าใช้จ่ายวิจัยตลาดต่อประชากรยังน้อยมากมีเพียงราว 2.39 เหรียญสหรัฐ/ประชากรเท่านั้น เทียบกับออสเตรเลียสูงถึง 32.18 เหรียญสหรัฐ/ประชากร หากเปรียบเทียบตลาดอาเซียน สิงคโปร์ ใช้ถึง 19.55 เหรียญสหรัฐ/ประชากร ส่วนอังกฤษให้ความสำคัญกับการวิจัยตลาดสูงสุดในโลก 80.2 เหรียญสหรัฐ/ประชากร

สำหรับยุทธศาสตร์ของบริษัท จีเอฟเคฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง ดารณี กล่าวว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างการดำเนินธุรกิจตามนโยบายโกลบอล โดยรวมบริษัท จีเอฟเค รีเทล แอนด์ เทคโนโลยี ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญงานวิจัยส่วนแบ่งและยอดขายในช่องทางต่างๆ กับบริษัท จีเอฟเค มาร์เก็ตไว้ส์ ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภค เป็นวัน จีเอฟเค หรือจีเอฟเค ไทยแลนด์ ในปลายปีนี้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับการเติบโต ซึ่งในออสเตรเลียและเกาหลีได้ปรับโครงสร้างดังกล่าวแล้วเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างดังกล่าวเพื่อรองรับกับเงื่อนไขของ กสทช.กับแผนการเข้าร่วมประมูลวัดเรตติ้งทีวีดิจิทัลของบริษัทคาดจะมีขึ้นปลายปีนี้ หากบริษัทชนะการประมูลในเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนซื้อเครื่องมือวัดเรตติ้งราว 23 ล้านยูโร และปีถัดไปราว 34 ล้านยูโร จากที่ผ่านมาบริษัทชนะประมูลวัดเรตติ้งทีวีดิจิทัลที่ประเทศบราซิลและซาอุดิอาระเบียทำสัญญาร่วมกัน 5 ปี จะเริ่มทำการวัดเรตติ้งปี 2558

ดารณี กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังมุ่งเน้นการใช้เครื่องมือโมเดลการวิเคราะห์และเทคโนโลยีสำหรับการวิจัยการตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยเน้นวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคมีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ผ่านแต่ละช่องทาง และนำเครื่องมือวัดผลนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ Market Opportunity and Innovation (MOI) แนะนำผู้ประกอบการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ สร้างตลาดใหม่และโอกาสสร้างรายได้ โดยเน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจเพื่อสุขภาพ สื่อและบันเทิง เทคโนโลยี รวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่เติบโต

พร้อมกันนี้บริษัทยังเดินหน้าขยายกลุ่มธุรกิจวิจัยงานด้านความรับผิดชอบสังคม รวมทั้งพัฒนาเครื่องมือวิจัยที่ใช้เฉพาะแต่ละงาน อาทิ การวัดผลประกาศรางวัลนาฏราช จากปัจจุบันลูกค้าของบริษัทมาจากกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 30% ยานยนต์ 25% สังคมและกิจการสาธารณะที่ 15% สื่อและบันเทิง 10% สุขภาพ 5% การให้บริการทางการเงิน 5% และอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้แก่ เทคโนโลยี การท่องเที่ยว และค้าปลีก สัดส่วน 10% โดยรายได้รวมปีที่ผ่านมาเติบโต 22% แต่ปีนี้ยังรอประเมินไตรมาส 3 จากรายได้ครึ่งปีแรกต่ำกว่า 50%

ปัจจุบันจีเอฟเคฯ เป็นบริษัทวิจัยตลาดอันดับ 4 ของไทย โดยเอซี นีลเส็น อันดับ 1 ทีเอ็นเอสที่ 2 Ipsos โดยมีจีเอฟเคฯ มีรายได้รวมทั่วโลก 1,500 ล้านยูโร และปรับโครงสร้างใหม่ผนึก 2 บริษัทภายใต้ วัน จีเอฟเค เป็นการขับเคลื่อนธุรกิจครั้งใหม่ที่รวมบริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส รองรับเม็ดเงินวิจัยของผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศที่ต้องใช้เพิ่มขึ้นเพื่อทำตลาดได้แม่นยำ นอกจากนี้ไทยยังใช้งบวิจัยตลาดต่อประชากรเพียง 2.39 เหรียญสหรัฐ รั้งอันดับ 3 ในอาเซียน แต่ห่างจากสิงคโปร์ไม่ติดฝุ่น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน