posttoday
ทีพีพี ปะทะ อาร์เซป คู่แข่งใหญ่หรือบันไดภูมิภาค

ทีพีพี ปะทะ อาร์เซป คู่แข่งใหญ่หรือบันไดภูมิภาค

15 กรกฎาคม 2557

ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) กลายเป็น 2 เวทีความร่วมมือที่ถูกจับตามองจากทั้งแวดวงวิชาการและแวดวงเศรษฐกิจ ว่า แท้จริงแล้ว 2 เวทีดังกล่าวจะแข่งขันช่วงชิงอำนาจเศรษฐกิจกันเอง หรือช่วยส่งเสริมให้อาเซียนแข็งแกร่งขึ้น

เหงียนฮุยหง รองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา Vietnam Academy of Social Sciences กล่าวในงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ หัวข้อ “ASEAN : Emerging Global and Regional Economic Player” จัดโดยศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า อาเซียนเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางการเจริญเติบโตของโลกในขณะนี้ การค้าภายในอาเซียน (IntraASEAN Trade) การค้าระหว่างอาเซียนกับคู่ค้าสำคัญหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย กำลังขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“สินค้าหลายชนิดมีฐานผลิตอยู่ในอาเซียนและคู่ค้าในเอเชีย เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ทำให้อาเซียนจะมีบทบาทสำคัญต่อประเทศต่างๆ ของโลกในอนาคต”

อย่างไรก็ดี จาก 2 เวทีความร่วมมือที่ชาติสมาชิกอาเซียนเข้าไปเกี่ยวข้องทั้ง TPP และ RCEP อาจเป็นไปได้ว่าจะมีโครงสร้างต่อต้านกันเอง

สำหรับ TPP เริ่มเจรจาภายใต้ชื่อเดิมตั้งแต่ปี 2548 ปัจจุบันมีสมาชิก 14 ประเทศ แบ่งเป็นสมาชิกดั้งเดิม 4 ประเทศ กำลังเจรจา 8 ประเทศ สังเกตการณ์ 2 ประเทศ ในจำนวนดังกล่าวเป็นประเทศในอาเซียน 4 ประเทศ คาดว่าจะกลายเป็นเวทีการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกในอนาคต

ขณะที่ RCEP ประกอบด้วยอาเซียน 10 ประเทศ และคู่ค้าอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งรวมกันแล้วมีสัดส่วนการค้าของโลกอยู่ 30% ประชากรกว่า 3,000 ล้านคน และจีดีพีรวมกันกว่า 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าเมื่อมีผลบังคับใช้ จะเปลี่ยนโฉมให้กฎหมาย นโยบายการค้า และการลงทุนในอาเซียน เบนเข็มเข้าหากัน และดึงดูดนักลงทุนจากภายนอก

ทั้งนี้ การรวมตัวของทั้งสองเวทีสุ่มเสี่ยงจะถูกการเมืองเข้าแทรก เพราะ TPP เป็นเวทีที่ผลักดันโดยสหรัฐ ขณะที่จีนก็อาจต้องการใช้เวที RCEP เป็นฐานการถ่วงดุลกับสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TPP อาจทำให้บทบาทของเออีซีลดลงด้วย

เพื่อให้อาเซียนยังสามารถเดินไปได้อย่างเข้มแข็งในจังหวะที่มียักษ์ใหญ่ก้าวเข้ามา รองผู้อำนวยการ วิเคราะห์ว่า อาเซียนต้องเร่งเพิ่มการค้าภายในภูมิภาค ลดการพึ่งพาประเทศอื่นๆ นอกภูมิภาค

ด้าน วิศาล บุปผเวส ที่ปรึกษาอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มองอีกมุมหนึ่งว่า RCEP และ TPP อาจไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน แต่อาจเป็น “บันได” ให้ภูมิภาคนี้เดินหน้าเข้าสู่เวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (APEC) ได้เต็มที่

“หลายประเทศอาจกังวลว่า TPP จะทำให้อาเซียนต้องปรับมาตรฐานให้ได้ตามสหรัฐ ก็ต้องไปดูว่ามาตรฐานอะไร เช่น ถ้าเป็นมาตรฐานทรัพย์สินทางปัญญา ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะปฏิเสธแล้วว่าจะไม่ปรับตัวให้มาตรฐานดีขึ้น จริงๆ ยิ่งประเทศในอาเซียนไปเป็นสมาชิก TPP มากเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น จะได้ทั้งถ่วงน้ำหนักและเชื่อมทั้งสองเวทีเข้าหากัน”

อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงอาเซียนยังติดปัญหาหลายอย่างที่ทำให้ก้าวสู่ภูมิภาคที่มีการค้าเสรีไม่สำเร็จ ปัจจัยสำคัญคือความลังเลของชาติในอาเซียนเอง ว่า ตัวเองยังมีความสามารถจำกัดในการเคลื่อนย้าย

ทางแก้ที่สำคัญของอาเซียน จึงเป็นการปรับเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างความเข้มแข็งในเครือข่ายการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน ลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างประเทศในภูมิภาค ปรับมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษีให้เข้าใจง่าย โปร่งใส ชัดเจน การปฏิรูปโครงสร้างทั้งหมดจะช่วยให้อาเซียนเข้มแข็ง ก้าวสู่เวที RCEP และ TPP ได้ต่อไป

ขณะที่ สตีเว่น หว่อง จากสถาบันกลยุทธ์และนานาชาติศึกษา มาเลเซีย บอกว่า ทั้ง TPP และ RCEP ต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียกระทบต่อกันและกัน หากพิจารณาสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นจากนี้ออกเป็น 4 สถานการณ์ ถ้าเปิดช่องมาตรฐานด้านต่างๆ ไว้เป็น 2 ระดับ คือ มาตรฐานระดับสหรัฐและมาตรฐานระดับอาเซียน น่าจะเป็นสถานการณ์ที่ช่วยให้การเดินหน้าของทั้ง TPP และ RCEP ยังคงเป็นไปได้

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่