posttoday
มุมมองใหม่ของการมองตลาดหุ้น

มุมมองใหม่ของการมองตลาดหุ้น

08 กรกฎาคม 2557

หลายๆ ครั้งนักลงทุนพยายามหาคำตอบว่า ข่าวใดจะทำให้หุ้นขึ้น และข่าวใดจะทำให้หุ้นลง จนทำเป็นสถิติการลงทุนออกมาคล้ายๆ สูตรสำเร็จ แต่สุดท้ายเราก็พบว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้หมด โดยเฉพาะยุคนี้ ยุคที่ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ทั้งภาคธุรกิจ รวมทั้งภาวะภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่จนน่าตกใจ

หลายๆ ครั้งนักลงทุนพยายามหาคำตอบว่า ข่าวใดจะทำให้หุ้นขึ้น และข่าวใดจะทำให้หุ้นลง จนทำเป็นสถิติการลงทุนออกมาคล้ายๆ สูตรสำเร็จ แต่สุดท้ายเราก็พบว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้หมด โดยเฉพาะยุคนี้ ยุคที่ทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ทั้งภาคธุรกิจ รวมทั้งภาวะภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นถี่จนน่าตกใจ

ปี 2014 นับเป็นอีกปีที่น่าสนใจในการลงทุน เพราะเรียกได้ว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางปี ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่หักปากกาเซียนและนักวิเคราะห์มากมาย พูดง่ายๆ ว่า ปี 2014 เป็นปีที่การเมืองร้อนแรงมากตั้งแต่ต้นปี ขนาดที่ว่าเซียนการเมืองไม่มีใครเดาออกว่าสุดท้ายประเทศจะเดินต่ออย่างไร ทำให้ตั้งแต่ต้นปีมานักวิเคราะห์และเซียนต่างฟันธงว่าปี 2014 ต้องเป็นปีที่ไม่ดี เศรษฐกิจแย่ ดังนั้นหุ้นก็ไม่น่าจะดี

แต่พอเอาเข้าจริงปรากฏว่า ยิ่งการเมืองร้อนแรง ยิ่งมีข่าวร้าย มันทำให้ทุกคนกลัว เอาง่ายๆ ว่าต่างชาติก็กล้าๆ กลัวๆ รายย่อยในปีนี้ก็ไม่กล้าเปิดบัญชี เพราะโดนปี 2013 อัดซะน่วม ถ้าเอาตามสถิติตรงๆ จากโบรกเกอร์ บอกง่ายๆ เลยว่า ปีไหนถ้าคนเปิดบัญชีเยอะ แทบจะการันตีได้เลยว่าคนที่เข้ามาเล่นหุ้นปีนั้นจะขาดทุน ซึ่งผลก็ออกมาตามนั้น คือปี 2013 รายย่อยขาดทุนกันระนาว แล้วส่วนใหญ่ก็ติดหุ้นกันอย่างถ้วนหน้า เพราะตลาดลงแรงแล้วไม่ขาย

เออ...ประเด็นนี้น่าสนใจมากๆ คือ สิ่งที่ผมพยายามจะชี้ก็คือ การเอาสถิติเข้ามาวิเคราะห์การลงทุน ซึ่งถ้าจะมองง่ายๆ คือ ปี 2014 คนเปิดบัญชีน้อยมาก ดังนั้นถ้าเอาตามสถิติ ก็ต้องฟันธงว่าโดยภาพรวมคนที่เล่นหุ้นปี 2014 น่าจะกำไร อ้าว!! แปลกไหม

มันเหมือนเราจะสรุปได้ว่า เมื่อใดก็ตามที่คนส่วนใหญ่เห็นตรงกันไปในทิศทางไหน ตลาดหุ้นก็จะวิ่งตรงข้าม อย่างที่ทุกคนมองว่าปี 2014 เป็นปีที่แย่ ดังนั้นตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางปี ตลาดก็พุ่งสวนทางข่าวร้ายและสวนทางตัวเลขเศรษฐกิจทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงของประเทศและโลกในปีนี้ก็มีความน่าสนใจอย่างมาก เพราะตั้งแต่สื่อ ตลอดจนธุรกิจต่างๆ ต่างได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ผันผวนรุนแรง ที่ชัดๆ ก็คือ เรื่องของการเงิน ถ้าดูวันนี้ทั่วโลกเริ่มมองว่าอเมริกาฟื้นตัวและยุโรปก็เริ่มดีขึ้น แต่จริงๆ ปัญหาหลักที่มันซ่อนอยู่แต่คนส่วนใหญ่ไม่พูดถึงคือ การเตรียมระเบิดของเงินเฟ้อครั้งใหญ่

คิดง่ายๆ ว่า ตั้งแต่วิกฤต 2008 เป็นต้นมา ประเทศอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจต่างประสบปัญหาเศรษฐกิจซบเซา ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการพิมพ์เงินเพิ่ม ที่เรียกว่า QE ซึ่งช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดเจนว่าประเทศมหาอำนาจเหล่านี้พยายามเพิ่ม Supply เงิน ผลก็คือ เราน่าจะเห็น Asset ต่างๆ ราคาพุ่งขึ้นแรงสลับกันไป ตั้งแต่ ทอง Commodity หุ้น อสังหาริมทรัพย์ และอีกอย่างที่ขึ้นไม่ยอมหยุดเลยก็คือ “ค่าครองชีพ”

นี่แหละที่ผมมองว่าเป็นสัญญาณอันตราย เพราะปัญหาของการพิมพ์เงินมันทำให้ความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนมีมากขึ้นเรื่อยๆ คือ คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง แล้วที่เราทราบว่าคนรวยเป็นเจ้าของเงินส่วนใหญ่ของประเทศ ทำให้ราคา Asset ต่างๆ จะได้อานิสงส์จากเหตุการณ์นี้ เพราะครั้งใดที่ Asset ไหนลงแรง ก็จะเห็นมีเศรษฐีรอช้อนซื้อ

ตัวอย่างชัดๆ ก็ในตลาดหุ้นในปี 2014 ทั้งๆ ที่หลายๆ คนมองว่าเศรษฐกิจไม่น่าดี แต่ก็เห็นหุ้นลงแรงทีไรก็จะมีแรงซื้อรับอย่างแข็งแรง ก็นี่แหละครับที่ผมจะชี้ให้เห็นว่าเศรษฐีไทยมีเงินเพิ่มมากขึ้น

คำถามคือ เมื่อไหร่ตลาดหุ้นจะลงแรง? คุณรู้ไหมว่าคำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับเศรษฐีคนไทย เพราะถ้าไปถามคนรวยวันนี้แม้เศรษฐกิจจะแย่ แต่คนรวยเหล่านี้ไม่ได้ผลกระทบแต่อย่างใด ถ้าเทียบจากปี 2008 เขามีเงินเพิ่มขึ้นมาก แถมธุรกิจก็แข็งแกร่ง เราจะเห็นได้ว่าธุรกิจเล็กๆ SME อาจจะมีปัญหา แต่ธุรกิจใหญ่ๆ ไม่ได้กระทบเลย นี่แหละคือภาพที่เกิดขึ้น มันทำให้ตลาดในช่วงนี้กลายเป็นตลาดที่ไม่ยอมลง

ถ้าจะตอบว่าลงเมื่อไหร่ คิดง่ายๆ ว่าต้องรอให้คนรวยเหล่านี้ขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ซึ่งยังมองไม่เห็นในระยะสั้นเลยว่าจะเกิดแบบนั้นได้อย่างไร ลองคิดอีกด้านก็คือ เมื่อใดก็ตามที่คนส่วนใหญ่รอซื้อหุ้น ราคาหุ้นก็จะมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นไปเรื่อยๆ

ใช่!! ตลาดหุ้นมันท้าทายและตบหน้าคนส่วนใหญ่เสมอ เมื่อคนรวยส่วนใหญ่รอซื้อหุ้น จากนี้ไปตลาดหุ้นมีแนวโน้มขึ้นมากกว่าลง (และเมื่อไหร่ก็ตามที่ข่าวดีเต็มตลาด คนรวยที่รอซื้อก็จะกระโจนเข้าซื้อ ทำให้ตลาดขึ้นแรงอีกรอบ แต่หลังจากนั้นเมื่อทุกคนได้ซื้อแล้ว ก็จะเข้าขาลงอีกรอบใหญ่)

นั่นแหละ ความท้าทายของตลาดหุ้น คุณต้องอ่านคนให้ออก จึงจะชนะตลาดได้ครับ!!

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่