
ลดกำแพงภาษี
เอื้อเอสเอ็มอีรับช่วงผลิตลดต้นทุนรับมือแข่งขันรุนแรงขึ้นหลังเปิดเออีซี
เอื้อเอสเอ็มอีรับช่วงผลิตลดต้นทุนรับมือแข่งขันรุนแรงขึ้นหลังเปิดเออีซี
กลุ่มรับช่วงผลิตหวั่นเปิดเออีซีไทยเสียเปรียบด้านต้นทุน เร่งรัฐช่วยเคลียร์ปัญหากำแพงภาษี
นายสมเกียรติ ชูพรรคเจริญ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรับช่วงการผลิตของไทย ที่ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีมีปัญหานำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาในราคาแพง เช่น เหล็กแผ่น เหล็กที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วน เนื่องจากไทยมีมาตรการตั้งกำแพงภาษีสูง ทำให้เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ผู้ผลิตไทยจะเสียเปรียบด้านต้นทุน
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เร่งแก้ปัญหาเรื่องกำแพงภาษีเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงเทคโนโลยีการผลิตให้เทียบเท่าคู่แข่งที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และผลิตสินค้าที่คำนึงถึงตลาดอาเซียนมากขึ้น พร้อมพยายามเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในอาเซียน
สำหรับกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดเออีซีมากที่สุด คือ กลุ่มโลหะ และพลาสติก เนื่องจากต้นทุนการผลิตสูงทำให้แข่งขันยาก และต้องพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้รับผลกระทบจากการที่บริษัทด้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่เคยใช้ชิ้นส่วนจากไทย ย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น ส่งผลกระทบต่อผู้รับช่วงในสายการผลิต ซึ่งผู้ประกอบการพยายามจะหาสินค้าและตลาดใหม่ทดแทน เช่น การเดินสายออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ โดยเน้นตลาดใหม่ 3 กลุ่ม ได้แก่ ยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียน
ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยตอนนี้มองว่าพม่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับการก่อสร้าง อีกทั้งมีผู้ประกอบการบางส่วนย้ายการผลิตไปต่างประเทศตามลูกค้าเก่า เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้ผลิตที่เป็นเอสเอ็มอีต่างชาติเข้ามาลงทุนจำนวนมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งเอสเอ็มอีไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น







