posttoday
เจมาร์ทรับกำไรวืดเป้า10%

เจมาร์ทรับกำไรวืดเป้า10%

04 กรกฎาคม 2557

ปีนี้โตอย่างเก่ง15%เท่ารายได้งัดกลยุทธ์สู้ปรับแผนส่งบริษัทลูกเข้าตลาดใหญ่ปีหน้า

ปีนี้โตอย่างเก่ง15%เท่ารายได้งัดกลยุทธ์สู้ปรับแผนส่งบริษัทลูกเข้าตลาดใหญ่ปีหน้า

เจมาร์ทหั่นผลงานปีนี้คาดกำไรโตแค่ 15% ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้น ปรับแผนนำบริษัทลูกเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท (JMART) เปิดเผยว่า บริษัทปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ลงเหลือเติบโต 15% หรือ 1.15 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ 35% จากปี 2556 ที่มีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท และคาดว่ากำไรจะเติบโตได้ราว 15% ต่ำกว่าเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 25% เนื่องจากผลงาน ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัวลง

นอกจากนั้น ตลาดโทรศัพท์มือถือโดยรวมด้านการผลิตก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ราคาเครื่องปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มูลค่าตลาดยังเติบโตได้แต่ไม่ดีมาก เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดครึ่งปีหลังเชื่อว่ายังเป็นไปในทิศทางที่ดีและเติบโตได้ต่อเนื่อง โทรศัพท์มือถือเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในการใช้งานในโลกยุคปัจจุบัน

นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทได้จัดงานเจมาร์ท โมบาย โชว์ 2014 เพื่อดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ และสร้างการรับรู้ในแบรนด์มากขึ้น โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในการจัดงานราว 150 ล้านบาท ซึ่งจะจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เดอะมอลล์ บางกะปิ ศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต ตั้งแต่วันที่ 39 ก.ค. 2557

บริษัทยังได้ปรับแผนขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศในปีนี้ โดยจะใช้งบลงทุนราว 400 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม คาดว่าจะมีสาขาจำนวน 280 สาขา ลดลงจากแผนเดิมที่ตั้งไว้ 300 สาขา แต่ก็ยังมากกว่าปี 2556 ที่มีสาขาทั้งสิ้น 250 สาขา

สำหรับการเปิดสาขาในต่างประเทศเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรในพม่า ปัจจุบันเปิดไปแล้ว 10 สาขา คาดว่าปลายปีนี้จะเพิ่มเป็น 26 สาขา น้อยกว่าที่คาดไว้ว่าจะมี 30 สาขา ใช้งบลงทุนราว 250300 ล้านบาท คาดจะสามารถรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีนี้และคืนทุนได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า

นายอดิศักดิ์ กล่าวอีกว่า บริษัทยังมองการเติบโตของประเทศพม่าขยายตัวต่อเนื่อง โดยอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือต่อประชากรมีเพียง 10% จากประชากรทั้งหมด จึงยังมีแนวโน้มการเติบโตได้อีกมาก เปรียบเทียบกับประเทศไทยอัตราการใช้โทรศัพท์มือถือต่อประชากรอยู่ที่ 130140%

นายอดิศักดิ์ ชี้แจงอีกว่า บริษัทปรับแผนการนำบริษัทลูกคือ บริษัท JAS Asset เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยเปลี่ยนแผน จากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้ ไปเป็นการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ในกลางปี 2558 แทน เนื่องจากมองศักยภาพของ JAS เข้าเกณฑ์หรือเป็นไปตามกฎระเบียบของการเข้าจดทะเบียนใน SET มากกว่า อีกทั้งบริษัทมองโอกาสการเติบโตที่ดีกว่าในการเข้า SET เพราะเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดการลงทุนได้ดีกว่า

ปัจจุบันบริษัท JAS Asset ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอมมูนิตี้มอลล์ โดยปีนี้ได้ตั้งงบลงทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่เช่าราว 600 ล้านบาท

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีหุ้นเข้าใหม่จำนวน 17 หลักทรัพย์ แบ่งเป็น ตลท. 9 หลักทรัพย์ mai 4 หลักทรัพย์ และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 4 กอง มูลค่าระดมทุนรวม 52,262 ล้านบาท

ทั้งนี้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยโฮเทลอินเวสเม้นต์ (THIF) ระดมทุนสูงสุดถึง 2.62 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเสนอขายหน่วยลงทุนสูงที่สุดนับแต่ ตลท.เปิดการซื้อขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในปี 2546 เป็นต้นมา

“ครึ่งปีแรกมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอรวม 127,140 ล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของหลักทรัพย์ที่เข้าใหม่นี้ได้เพิ่มขึ้นจากราคาไอพีโอ 32%” นายชนิตร กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน