
คีรีมั่นใจ‘VGI-W1’แปลงหมด
คีรียันราคาแปลงสภาพวอร์แรนต์สูงกว่าราคากระดานไม่เป็นปัญหาถ้าผู้ถือหุ้นมั่นใจอนาคตบริษัท
คีรียันราคาแปลงสภาพวอร์แรนต์สูงกว่าราคากระดานไม่เป็นปัญหาถ้าผู้ถือหุ้นมั่นใจอนาคตบริษัท
นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) เปิดเผยในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ว่า ราคาแปลงสภาพของใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นหรือวอร์แรนต์ (VGIW1) จำนวน 857 ล้านหน่วย ที่ราคาหุ้นละ 14 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาในกระดานขณะนี้ที่ 13 บาท โดยจะเริ่มให้ใช้สิทธิแปลงสภาพครั้งแรกในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งผู้ถือหุ้นมีทางเลือกที่จะแปลงเป็นหุ้นหรือยังไม่รับแปลงสภาพก็ได้
“ถ้าผู้ถือหุ้นมั่นใจในอนาคตก็สามารถเริ่มแปลงได้ ถ้ายังไม่มั่นใจก็รอดูโครงการต่างๆ ของบริษัทออกมาก่อนเพราะมีเวลา 4 ปีในการแปลงสภาพ แต่ผมมั่นใจว่าสิ่งที่จะเดินหน้ามีประโยชน์กับบริษัทอย่างแน่นอน เพราะเงินที่ได้จากการแปลงสภาพครั้งนี้ 1.2 หมื่นล้านบาท เป็นเงินก้อนใหญ่พอควรสำหรับบริษัท”
นายคีรี กล่าวว่า บริษัทจำเป็นต้องใช้เงินนำไปลงทุนเพื่อซื้อกิจการโฆษณานอกสถานที่ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโฆษณาเพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัท ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีเพื่อร่วมเป็นพันธมิตร จะสนับสนุนให้บริษัทมีเครือข่ายและสินค้ามากขึ้น
ทั้งนี้ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้และที่มีข่าวลือว่าบริษัทจะไปซื้อบริษัทอื่นนั้นไม่เป็นความจริง จะประกาศการซื้อกิจการก็ต่อเมื่อมีการตกลงซื้อขายเรียบร้อยแล้วเพื่อไม่ให้ผิดเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)
นายคีรี กล่าวถึงประเด็นการเข้าซื้อหุ้นบริษัท มาสเตอร์ แอด (MACO) จำนวน 24.4% เมื่อเดือน พ.ค. ว่า เพราะเห็นว่าเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งและมีกำไรเติบโตดี ส่วนจะซื้อเพิ่มอีกหรือไม่นั้นเร็วเกินไปที่จะตอบในขณะนี้
ด้าน นายมารุต อรรถไกวัลวที ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร VGI กล่าวถึงเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายรถบีทีเอสว่า แม้ว่าทางบีทีเอสไม่ได้บริหารเดินรถแต่ VGI ได้สิทธิบริหารสื่อโฆษณาเส้นทางส่วนต่อขยายจากกรุงเทพฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดเพื่อรอเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคเคเทรด มองว่า หุ้น VGI จะมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของผลประกอบการ และการเติบโตจากการขยายเครือข่ายสื่อโฆษณา แต่ราคาปัจจุบันคิดเป็นอัตราส่วนต่อกำไรปี 2558-2559 ที่ 29 เท่าและ 25 เท่า ตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ได้สะท้อนความคาดหวังดังกล่าวแล้ว ในขณะที่โครงการลงทุนยังมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน จึงยังคงคำแนะนำ “ขาย”







