posttoday
กลุ่มสามารถกวาดหุ้นSIMรวม74%

กลุ่มสามารถกวาดหุ้นSIMรวม74%

03 กรกฎาคม 2557

กลุ่มสามารถคอร์ปอเรชั่นปรับโครงสร้างธุรกิจ ดอดซื้อหุ้น SIM เพิ่ม เกือบ 24% รวม 74%

กลุ่มสามารถคอร์ปอเรชั่นปรับโครงสร้างธุรกิจ ดอดซื้อหุ้น SIM เพิ่ม เกือบ 24% รวม 74%

นายศิริชัย รัศมีจันทร์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาการซื้อหุ้นในบริษัท สามารถ ไอโมบาย (SIM) จำนวน 1,053 ล้านหุ้น คิดเป็นจำนวน 23.93% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยขอซื้อหุ้นคืนจากบริษัท Axiata Group Berhad (AXIATA) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SIM ในราคาหุ้นละ 2.73 บาท เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2557 ทำให้กลุ่มสามารถฯ ถือหุ้นใหญ่มากถึง 74.11%

ทั้งนี้ รายการซื้อขายดังกล่าวจะดำเนินการผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลงนามในสัญญา

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2557 ที่ผ่านมา บริษัท วิไลลักษณ์ อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้ง นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ นางสุกัญญา วนิช จักร์วงศ์ ขายหุ้น SIM รายละ 5.88% และบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น ขาย ด้วย 5.73% ส่งผลให้กลุ่มนี้คงเหลือหุ้นจำนวน 52.58% ของทุนเรียกชำระแล้ว

ปัจจุบัน SIM เป็นบริษัทที่มีความสำคัญกับกลุ่มสามารถฯ อย่างมาก เนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานจะดีขึ้น อย่างต่อเนื่องหลังจากยอดขายมือถือสมาร์ทโฟน ได้รับความนิยมสูงมากจากกลุ่มลูกค้าและผู้ใช้บริการทำให้บริษัทสามารถมียอดจำหนายที่พุ่งสูงขึ้น

ก่อนหน้านี้ นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สามารถ ไอโมบาย กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะเติบโตดีกว่าไตรมาสแรก ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 197 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 3,237 ล้านบาท จากยอดขายโทรศัพท์มือถือ จะมากกว่า 1 ล้านเครื่อง เมื่อมีการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อีก 7 รุ่น

ด้าน นายพิชญพงศ์ ณ บางช้าง กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอ็ม ดี เอ็กซ์ (MDX) กล่าวว่า Standard Merchant Bank (Asia) ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท จำนวน 69,590,077 หุ้น หรือคิดเป็น 14.63% ของหุ้นทั้งหมด ได้โอนขายหุ้นทั้งหมดให้กับ น.ส.พิมพรรณ ศรีสวัสดิ์ UBS AG Singapore และ UOB Kay Hian Privated Limited

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อนโยบายการบริหารงาน และคณะผู้บริหารแต่อย่างใด

นายพิชญพงศ์ กล่าวว่า โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังขายหุ้นครั้งนี้ UBS AG Singapore Branch ถือจำนวน 23,453,405 หุ้น คิดเป็น 4.931% ส่วน UOB Kay Hian Privated ถือจำนวน 23,304,000 หุ้น คิดเป็น 4.9%

ด้าน น.ส.พิมพรรณ ถือจำนวน 23,200,577 หุ้น คิดเป็น 4.878%

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก