
"เอ็มจี6"น้องใหม่มาแรง
“เอ็มจี 6” คันนี้เป็นรถที่น่าจับตามองในเซ็กเมนต์รถยนต์นั่งขนาดกลาง
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ใหม่ล่ามาแรงสำหรับรถยนต์แบรนด์ใหม่ในวงการรถยนต์ประเทศไทยสำหรับ “เอ็มจี” ซึ่งได้เปิดตัวรุ่นใหม่ “เอ็มจี 6” ไปสดๆ ร้อนๆ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 90 ปี จนกระทั่ง บริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโตโมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น (เอสเอไอซี) ประเทศจีน ได้เข้าซื้อกิจการของเอ็มจีและทำการตลาดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
การรุกคืบเข้ามาทำตลาดในไทยมี บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นหุ้นส่วนสำคัญกับเอสเอไอซี ในสัดส่วนหุ้น 49% ต่อ 51% ตามลำดับ ก่อตั้งบริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี พร้อมสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ด้วยเงินลงทุนมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท สร้างความมั่นใจในการเอาจริงเอาจังกับการทำตลาดตั้งแต่ย่างก้าวแรก
เป็นที่มาของการจัดกิจกรรมให้ได้สัมผัสสมรรถนะรถยนต์ “เอ็มจี 6” บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางมีสภาพการจราจรที่ได้รับรู้ถึงประสิทธิภาพในหลากรูปแบบหลายสไตล์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคันที่ “โพสต์ทูเดย์” ได้ลองขับเป็นรุ่นที่เรียกว่า เอ็มจี 6 สปอร์ต ฟาสต์แบ็ก
เริ่มต้นที่หน้าตาการดีไซน์ที่แปลกใหม่สะดุดตา ดึงความสนใจได้จากผู้พบเห็นด้วยเส้นสายรายละเอียดที่เน้นความโค้งมนตั้งแต่หัวจรดท้าย สอดรับกับกระจังหน้าเข้ารูปกับไฟหน้ากลมโต พร้อมขนาดมิติรถ 4,561x1,827,1,467 (ยาวxกว้างxสูง) รวมถึงล้ออัลลอยลายดอกไม้ ขนาด 17 นิ้ว ซีรีส์ยาง 215/50/R17 ดูดีไม่น้อย
ขณะที่ภายในห้องโดยสารให้อารมณ์หรูหรามีระดับตั้งแต่เปิดประตูเข้ามา ด้วยวัสดุคุณภาพที่เหนือความคาดหวังเลือกสรรมาเป็นอย่างดี การดีไซน์ดูเรียบง่ายเน้นการใช้งาน ซ้ำยังเหมือนออกแบบให้ดูย้อนยุค (วินเทจ) นิดๆ ในลักษณะแผงมาตรวัดขนาดใหญ่เป็นชิ้นเดียวไปกับหน้าจอแสดงผลของระบบความบันเทิง ซึ่งมีการให้สีสันภายในเน้นสีดำเป็นพื้นเดินขอบด้ายสีแดงและตัดสีเงินเมทัลลิกในจุดต่างๆ ให้อารมณ์สปอร์ตนิดๆ เข้มเท่หน่อยๆ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ระบบปรับอากาศดิจิทัลแยกปรับได้พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ซันรูฟปรับไฟฟ้ามาให้ครบครัน
จุดเด่นที่ชอบภายในห้องโดยสาร คือ ความนุ่มสบายของเบาะที่นั่งในทุกตำแหน่ง กับความโอบกระชับแบบพอดีตัวและความกว้างขวางของพื้นที่ช่วงขา ช่วงศีรษะ ทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นภายในห้องโดยสารชัดเจนโล่งสบาย ส่วนเบาะที่นั่งด้านหลังมีพื้นที่แบบเหลือไม่อึดอัดนั่งสบายดีนักแล
แต่ข้อสังเกตของรถคันนี้ในห้องโดยสารอยู่ที่ช่องเก็บของและช่องเชื่อมต่อระบบความบันเทิงอาจดูลึกลับไปสักนิด ขณะที่ช่องวางแก้วน้ำที่สังเกตได้มีอยู่จุดเดียวตรงคอนโซลกลาง ซึ่งอาจไม่จุใจขาช็อปคอกาแฟ หรือพวกที่พกสัมภาระจุกจิกเยอะๆ เช่น กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ แว่นตา อะไรเหล่านี้นัก
มาถึงหัวใจสำคัญด้านสมรรถนะการขับขี่ของเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ ทีซีไอ-เทค ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 215 นิวตันเมตร ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบคลัชต์คู่ มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ด้วยระยะเวลา 9 วินาที
ผลจากการลองขับเจ้า “เอ็มจี 6” คันนี้ให้อารมณ์ความรู้สึกที่สนุกสนานในการขับขี่ รับรู้ได้ถึงการทำงานที่สัมพันธ์กันของเครื่องยนต์และเกียร์ ส่วนอัตราเร่งในช่วงออกตัวอาจดูตอบสนองไม่ทันใจเท่าไรนัก แต่เมื่อไหลลื่นติดลมไปแล้วหลังจากล้อหมุนเป็นต้นไปทำได้ดีตอบสนองการเรียกความเร็วแบบค่อยเป็นค่อยไป หากแต่การกดขยี้คันเร่งแซงในบางจังหวะจับอาการการหยุดคิดรอบตอบสนองของเทอร์โบและเครื่องยนต์ซึ่งจะต้องรู้จังหวะทำความคุ้นชินกับบุคลิกของรถคันนี้ในช่วงจังหวะดังกล่าว
สำหรับช่วงล่างด้านหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัตพร้อมเหล็กกันโคลงและช่วงล่างด้านหลังแบบ Z-Type มัลติลิงก์พร้อมเหล็กกันโคลง คงจะต้องขอชื่นชมในการเซตค่าที่ออกมาได้ดี ทั้งความนุ่มสบายและการซับแรงกระแทกที่ควบคู่ไปด้วยกันอย่างลงตัว แม้กระทั่งการใช้ความเร็วในทุกช่วงมีความมั่นใจทำให้เสริมความสนุกในการขับขี่ได้ยิ่งขึ้นไปอีก
เอาเป็นว่าสั้นๆ ง่ายๆ “หายห่วงมั่นใจปลอดภัยทุกย่านความเร็ว” ... เข้าใจตรงกันนะ!
แต่จุดนี้มีข้อสังเกตนิดเดียว สำหรับน้ำหนักของพวงมาลัยที่อาจต้องใช้ความกำยำและแข็งแกร่งในการหมุนพวงมาลัยวงนี้สักนิด เนื่องจากมีน้ำหนักสูงใช้ได้เลยทีเดียว ทำให้การใช้งานในเมืองอาจจะไม่คล่องตัวนัก แต่ถ้าขับขี่บนความเร็วสูงนั้นถือว่ามั่นใจได้
สรุปสุดท้าย “เอ็มจี 6” คันนี้เป็นรถที่น่าจับตามองในเซ็กเมนต์รถยนต์นั่งขนาดกลาง (ซี-เซ็กเมนต์) ได้ดีเลยทีเดียว หากแต่คู่แข่งที่น่ากลัวในเซ็กเมนต์นี้มีมากมายยิ่งนักแถมการแข่งขันด้านราคายังเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอยู่ เพราะราคาค่าตัวของเจ้า “เอ็มจี 6” ที่เปิดมา 8.48 แสน-1.128 ล้านบาท อาจดูสูงไปสักนิดเมื่อเทียบกับคู่แข่งและการเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาด







