
‘นิวทรีเร’ทุ่มพันล.รุกเออีซี
แตกไลน์ธุรกิจเพิ่มหันลุยผลิตโอดีเอ็มเจาะขายตรงภูมิภาคดันยอดขาย600ล้าน
แตกไลน์ธุรกิจเพิ่มหันลุยผลิตโอดีเอ็มเจาะขายตรงภูมิภาคดันยอดขาย600ล้าน
นิวทรีเรชูแผนบุกเออีซี ทุ่ม 1,000 ล้าน ผุดโรงงาน แตกไลน์ฟังก์ชั่นนัลดริงก์ พร้อมลุยโอดีเอ็ม
นายโจเซฟ วอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวทรีเร ผู้ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและผงชงดื่มเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในระยะ 3 ปี หรือระหว่างปี 25582560 บริษัทได้ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย สุวรรณภูมิ บนเนื้อที่ 5 ไร่ เพื่อขยายกำลังผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมทั้งแตกไลน์ฟังก์ชั่นนัลดริงก์
สำหรับการทำตลาด บริษัทได้ปรับตัวจากธุรกิจรับจ้างผลิตหรือโออีเอ็ม ที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 10% มาสู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าที่พัฒนาขึ้นมาเอง และไปเสนอขายภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า หรือโอดีเอ็ม สัดส่วนจาก 90% เป็น 100% ภายในปี 2559 ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ทยอยปรับธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2552 เพราะการเปิดตลาดอาเซียนส่งผลให้ผู้จ้างผลิตย้ายฐานการผลิตไปแหล่งที่ต้นทุนต่ำ ซึ่งโอดีเอ็มจะส่งผลดีในระยะยาวมากกว่า
“การผันตัวสู่ธุรกิจโอดีเอ็มเต็มตัว บริษัทชูจุดแข็งการบริการครบวงจร พร้อมกับตอบโจทย์ผู้บริโภคทั้งเชิงกว้างและลึก อีกทั้งรองรับกับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำธุรกิจของตัวเองมีเงินลงทุน 5 แสนบาทขึ้นไป ซึ่งจะช่วยให้บริษัทขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ขณะที่การแข่งขันตลาดที่รุนแรงทั้งในประเทศและอาเซียน ลูกค้าต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และการเปลี่ยนจากใช้บริการโออีเอ็มมาเป็นโอดีเอ็ม ลูกค้าต้องเพิ่มเม็ดเงินอีก 30%” นายโจเซฟ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทมุ่งขยายตลาดอาเซียนในช่วง 12 ปีข้างหน้า โดยจะเข้าไปเจาะธุรกิจขายตรงและสินค้าอุปโภคบริโภคที่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ขยายตัวสูง จากก่อนหน้านี้เข้าไปทำตลาดพม่า อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ในรูปแบบแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายแล้ว โดยตั้งเป้ารายได้เพิ่มจาก 5% เป็น 20% ส่วนรายได้ภายในประเทศจาก 95% เป็น 80% และตั้งเป้าปีหน้ารายได้จากต่างประเทศจะเติบโต 40% หรือมีรายได้เพิ่มจาก 100 ล้านบาท เป็น 140 ล้านบาท
ขณะที่ธุรกิจขายตรงในไทยช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะกลับมาเติบโตและยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง หลังจากครึ่งปีแรกธุรกิจของบริษัทได้รับผลกระทบจากปริมาณการสั่งผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดลง 6 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 100 ล้านบาท พลาดเป้าหมายที่ตั้งเป้าราวได้ 150 ล้านบาท ส่วนรายได้ทั้งปีตั้งเป้า 300 ล้านบาท หรือมีอัตราเติบโต 20%
นายโจเซฟ กล่าวว่า จากการที่บริษัทเปิดตลาดอาเซียนและปรับธุรกิจโอดีเอ็ม จะผลักดันให้บริษัทมีรายได้เติบโตราว 40% ต่อปี หรือมีรายได้ทั้งในและต่างประเทศเกือบ 600 ล้านบาทในปีหน้า จากเดิมการทำธุรกิจโออีเอ็มรายได้ของบริษัทมีอัตราการเติบโตเพียง 10% เท่านั้น ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้า 200 ราย ส่วนใหญ่จะเป็น ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรง สัดส่วน 90% ส่วนอีก 10% เป็นลูกค้าในธุรกิจอื่นๆ







