
ดันสิ่งทอบุกเพื่อนบ้านรับเอฟทีเออียูสะดุด
แนะสิ่งทอไทยลุยลงทุนเพื่อนบ้าน ฉวยประโยชน์ภาษีสิทธิจีเอสพี หลังเอฟทีเอไทยยุโรปส่อลากยาว
แนะสิ่งทอไทยลุยลงทุนเพื่อนบ้าน ฉวยประโยชน์ภาษีสิทธิจีเอสพี หลังเอฟทีเอไทยยุโรปส่อลากยาว
นายสุกิจ คงปิยาจารย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮงเส็งการทอ เปิดเผยว่า อยากแนะนำให้ภาคเอกชนในอุตสาห กรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและเสื้อผ้า ขยายการผลิตไปในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีหลายด้าน ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีฐานการผลิตในเวียดนาม พม่า และจีน
ทั้งนี้ เวียดนามได้สิทธิพิเศษทางภาษี เพราะเวียดนามเปิดเสรีการค้า (เอฟทีเอ) กับสหรัฐ และในปี 2561 จะเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) กับสหรัฐ ส่วนพม่าได้ประโยชน์สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (จีเอสพี) กับประเทศในยุโรป จีนมีข้อดีที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้า และความรวดเร็วในการทำตลาด
ขณะเดียวกัน การไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านจะส่งผลดีต่อเอกชนไทยในระยะยาว สามารถส่งออกไปในสหรัฐและยุโรปได้โดยไม่เสียภาษี ส่วนไทยยังไม่สามารถเจรจาเอฟทีเอกับสหภาพยุโรปได้ในขณะนี้ จึงส่งผลต่อภาคเอกชนที่จะเสียโอกาสการแข่งขันกับประเทศอื่นในอาเซียน
สำหรับแผนการลงทุนของบริษัทในปีนี้ ได้ขยายการลงทุนในเวียดนาม ในระยะ (เฟส) ที่ 2 ใช้เงินลงทุนราว 7-10 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 89 เดือนข้างหน้า เพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1.86 หมื่นตัว/วัน จากโรงงานแห่งแรกมีกำลังการผลิต 6,200 ตัว/วัน หลังจากนั้น เตรียมขยายการผลิตเฟส 3 ส่งผลให้ในอนาคตอันใกล้จะมีกำลังการผลิตในเวียดนามเพิ่มเป็น 4 หมื่นตัว/วัน
นอกจากนี้ ภายใน 2559-2560 เตรียมจะเข้าไปลงทุนในพม่า คาดว่าจะใช้งบสร้างโรงงานใหม่แต่ละแห่งประมาณ 710 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตในไทยจำนวน 2 โรงงาน ในกรุงเทพฯ และ จ.อุบลราชธานี มีกำลังการผลิต 4 หมื่นตัว/วัน และ 3.5 หมื่นตัว/วัน ส่วนที่จีนมีกำลังการผลิต 2,300 ตัว/วัน อีกทั้งได้วางเป้าหมายในระยะยาวปี 2563จะมียอดการผลิตเสื้ออยู่ที่ 40 ล้านตัว/ปี จากขณะนี้อยู่ที่ 26.22 ล้านตัว







