posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

26 มิถุนายน 2557

อีโค่ฯ ฟ้องแพ่งอาญา ‘รัฐเขต’

อีโค่ฯ ฟ้องแพ่งอาญา ‘รัฐเขต’

น.ส.มนสิชา การุณยฐิติ ผู้จัดการฝ่ายบริหารและรัฐกิจสัมพันธ์บริษัท อีโค่ โอเรียนท์ รีซอสเซส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พ.ท.รัฐเขต แจ้งจำรัส ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ การพลังงานวุฒิสภา ได้กล่าวหาว่าบริษัทลักลอบดำเนินกิจการขุดเจาะสำรวจ ผลิตน้ำมันดิบโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เหตุเกิดระหว่างปี 2551 จนถึงปัจจุบัน โดยผู้กล่าวหาได้นำเสนอข่าวจากข้อมูลที่เป็นเท็จ ทำให้เกิดประเด็นความเข้าใจผิดสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัท โดยส่งเรื่องให้สำนักงานทนายความดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง แก่ พันโทรัฐเขต และจะดำเนินการตามข้อกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยจะยื่นฟ้องในสัปดาห์หน้า แต่จะไม่มีการฟ้องสื่อมวลชนซึ่งนำเสนอข่าว คือช่อง7 และสำนักข่าวทีเอ็นเอ็น เนื่องจากเข้าใจว่าสื่อมวลชนรับข้อมูลมาข้างเดียวและนำเสนอไป พร้อมยื่นหนังสือไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ตั้งคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการแถลงข่าวเพื่อชี้แจงของบริษัทอีโค่โอเรรียนท์ฯ พลโทรัฐเขต และพวกซึ่งระบุว่าเป็นเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคเอกชนเข้าฟังการแถลงและสอบถามข้อมูลต่างๆ ซึ่งระบุว่าได้มีความพยายามในการติดต่อบริษัทฯ เพื่อสอบถามข้อมูลแล้วแต่ปรากฏว่าบริษัทฯ ไม่มีที่อยู่ชัดเจน มีการจดทะเบียนที่เกาะเบอร์มิวดา ประเทศอังกฤษ รวมถึงรายชื่อผู้บริหารที่ชัดเจน ทำให้ยังไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการให้ ชี้แจงจนปัจจุบัน และเห็นว่าบริษัทฯ เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ของ สปก. นี้เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

นางสาวมนสิชา กล่าวว่า ใน 3 ประเด็นที่มีการกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง ประเด็นแรก ที่ระบุว่าบริษัทฯ ลักลอบขุดเจาะนั้นบริษัทได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายทั้งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยได้รับสัมปทานขุดเจาะสำรวจ เลขที่ 3/2546/60 แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L44/43 , 5/2546/62 ,L33/43 ตั้งแต่ปี 2546 และได้รับการอนุญาตกำหนดให้เป็นพื้นที่ผลิต จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในปี 2552 และเป็นการดำเนินการอย่างเปิดเผย

ประเด็นที่ 2 ที่ระบุว่ามีการผลิตน้ำมันดิบในพื้นที่ส.ป.ก. นั้นที่ผ่านมา มีการทำหนังสือยืนยัน ขอความยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินจากสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้ว ต่อมาปี 2555 ทางสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.เพชรบูรณ์ได้มีคำสั่งให้บริษัทฯ หยุดผลิตปิโตรเลียมบนที่ดินดังกล่าวซึ่งมีฐานผลิตอยู่ทั้งหมด 6 ฐานผลิต ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2555 ด้วยเหตุที่การให้ความยินยอมที่ผ่านมานั้นให้เฉพาะแก่การสำรวจปิโตรเลียมเท่านั้น ซึ่งบริษัทฯ ก็ได้หยุดการผลิตน้ำมันตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 2555 และ บริษัทฯ ได้ยื่นขอทุเลาคำสั่ง และต่อการ ส.ป.ก.ได้อนุญาตให้ดำเนินการผลิตในแปลง L44V เนื่องจากไม่ได้อยู่เขต ส.ป.ก.

“กรณีที่ระบุว่ามีการซื้อขายส.ป.ก.นั้นไม่จริงเพราะ สปก. ซื้อขายไม่ได้อยู่แล้วแต่ที่เข้าไปใช้ก็ขอหน่วยงานรัฐก่อนและจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรแล้วเกษตรกรก็ไปทำเรื่องสละสิทธิ์ในพื้นที่ สปก. ดังกล่าว ส่วนที่ผู้กล่าวหาระบุว่ามีหลักฐานการซื้อขายนั้นคงเป็นการซื้อขายในพื้นที่อื่น เพราะปัจจุบันบริษัทฯ มีการผลิตอยู่ใน 8 พื้นที่ ใน 2 อำเภอ ส่วนที่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ สปก. มี 1 พื้นที่คือบ่อรังเหนือ โดยพื้นที่นี้มีฐานผลิตอยู่ 6 ฐานและปัจจุบันได้หยุดการผลิต 5 ฐานผลิตที่อยู่ในพื้นที่ สปก. เปิดดำเนินการเพียงฐานผลิตเดียวคือ L44V”

นางสาวมนสิชา กล่าวว่า ในประเด็นที่3 ที่กล่าวหาว่าบริษัทฯ หลีกเลี่ยงไม่จ่ายค่าภาคหลวงมานาน 5 ปี จนทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาลนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงเพราะตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบันบริษัทฯ ได้เสียค่าภาคหลวงให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไปแล้วกว่า 1,400 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังได้จ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษให้แก่รัฐอีกกว่า 2,500 ล้านบาท นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังต้องนำเสียภาษีปิโตรเลียม ในอัตรา 50 %จากกำไรสุทธิ ให้แก่กรมสรรพากร โดยบริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้วกว่า 3,400 ล้านบาทเช่นกัน ซึ่งหากรวมผลตอบแทนทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้จ่ายให้แก่รัฐ มีจำนวนสูง 7,300 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทอีโค่โอเรียนท์ฯ เป็นบริษัทจดทะเบียนในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เข้ามาดำเนินกิจการขุดเจาะน้ำมันต่อจากบริษัทแพนโอเรียนท์ที่เป็นผู้ได้รับสัปทานเดิม โดยแพนโอเรียนท์ได้โอนหุ้นของบริษัทมาให้อีโค่โอเรียนท์ฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก็ได้รับอนุญาตจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ส่วนกรณีที่บริษัทอีโค่โอเรียนท์มีการจดทะเบียนที่เกาะเบอร์มิวดานั้น เพราะต้องการให้สะดวกเรื่องของการโอนหุ้น

ปัจจุบันบริษัทอีโค่โอเรียนท์ฯ มีการผลิตปิโตรเลียมใน 2 อำเภอของจ.เพชรบูรณ์ จำนวน 8 พื้นที่ผลิต รวม 45 ฐาน จำนวนหลุมผลิตทั้งหมด 24 หลุม จากจำนวนหลุมทั้งหมด 110 หลุม ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ย 4,790 บาร์เรลต่อวัน ปริมาณก๊าซธรรมชาติ 1.113 ล้านลูบาศก์ฟุตต่อวัน

ด้านพันโทรัฐเขต แจ้งจำรัส ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภากล่าวว่า ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับที่จะถูฟ้องร้อง ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่จะถือโอกาสดังกล่าวขออำนาจศาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับปริมาณสำรองน้ำมันที่พิสูจน์ทราบแล้วว่ามีอยู่เท่าไร เพราะปัจจุบันทั่วประเทศพบว่ามีอยู่ไม่ต่ำกว่า 650 ล้านบาร์เรลซึ่งเป็นทรัพยากรที่จะชี้ว่าไทยมีปริมาณน้ำมันดิบที่ทำให้คนไทยไม่ควรต้องใช้น้ำมันที่แพงเช่นปัจจุบัน

ส่วนข้อมูลน้ำมันในพื้นที่อ.วิเชียรบุรี และอ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเคยระบุไว้ตั้งแต่ปี 2552 ว่ามีกำลังการผลิตอยู่ที่ 1.1 หมื่นบาร์เรลต่อวัน แต่ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2552 ก.พ. 2557 มีการผลิตอยู่เพียง 1 พันกว่าบาร์เรลต่อวัน และมีการเพิ่มขึ้นเป็น 4 พันบาร์เรลต่อวันในเดือน มี.ค.ถึงปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่ถึง 1.1 หมื่นบาร์เรลต่อวันซึ่งยังสงสัยว่าส่วนที่เหลือหายไปไหน

อุตฯ เร่งตรวจสอบเหมือง

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรณีที่มีการสนธิกำลังของทหาร ตำรวจ ป่าไม้ และผู้ตรวจราชการกระทรวงในการจับกุมการทำเหมืองแร่เถื่อนในพื้นที่ป่าเขาไม้นวล ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ในวันที่ 24มิ.ย. 2557 ซึ่งพบว่ามีการกระทำผิดลักลอบทำเหมืองจริง โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ทำเหมืองของบริษัท ภัทรไมนิ่ง ซึ่งประทานบัตรหมดอายุไปเมื่อปี 2550 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์อยู่ว่าเป็นการลักลอบดำเนินการของบริษัทดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากในวันที่ลงพื้นที่พบเพียงร่องรอยการทำเหมือง แต่ไม่พบการกระทำผิดซึ่งหน้า ทั้งนี้ จากการที่ปล่อยให้มีการทำผิดดังกล่าว ได้มีคำสั่งย้ายอุตสาหกรรม จังหวัดและหัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จังหวัดสระบุรีมาช่วยงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมแต่การย้ายดังกล่าวยังไม่ได้ระบุว่ามีความผิด แต่เพื่อให้ทีมสอบสวนซึ่งมีนายหทัย อู่ไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เป็นหัวหน้า สามารถลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงได้สะดวก ขณะเดียวกันได้ให้ทางเจ้าหน้าลงพื้นที่ไปรังวัดที่ดินในการขุดแร่รวมถึงปริมาณแร่ที่นำออกจากพื้นที่และที่อายัดไว้เพื่อสรุปมูลค่าความเสียหายอีกครั้งในเร็วๆนี้ ซึ่งขณะนี้ยังประเมินมูลค่าไม่ได้พร้อมมีคำสั่งไปยังอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศให้ประสานกับสำนักงาน กพร. ทั้ง 7 พื้นที่ดำเนินการตรวจสอบเหมืองทั้งที่ได้ประทานบัตรและอยู่ระหว่างต่ออายุประทานบัตรทั้งหมด และโดยเฉพาะในกลุ่มหลังนี้ให้เข้าไปตรวจสอบก่อนว่าได้เกิดการลักลอบทำเหมืองหรือไม่แล้วรีบแจ้งกลับมายังกระทรวงภายในวันที่ 3 ก.ค.

เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาต่อไป นายหทัย อู่ไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาเหมืองแร่เถื่อนกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางและกำลังร่วมกันพิสูจน์ข้อมูลและหลักฐานต่างๆ เพื่อแจ้งดำเนินคดีภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยการลักลอบทำเหมืองเถื่อนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีปรับไม่เกิน 3หมื่นบาท

อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า เป็นบ.ภัทรเจริญไมนิ่งผู้ที่ได้รับสัมปทานเดิมไปก่อนว่ากระทำผิดตามพ.ร.บ.แร่แต่ก็ต้องพิสูจน์หลักฐานให้ชัดก่อนดำเนินคดีเพราะสัมปทานใหม่ยังไม่ได้อนุมัติ

นายปณิธาน จินดาภู อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า การลักลอบขุดทำเหมืองเถื่อนที่จ.สระบุรีเป็นพื้นที่สัมปทานเดิมที่เคยให้กับบ. ภัทรเจริญไมนิ่ง จำกัด ซึ่งอดีตเป็นเหมืองแร่ไพโรฟิลไลต์ต่อมาเหมืองดังกล่าวหมดอายุปี 2550 ทางผู้ประกอบการรายเดิมก็มายื่นขอประทานบัตรใหม่ซึ่งจะเป็นภายใต้สัมปทานเหมืองแร่ดิกไคต์ ซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่ด้วยเทคโนโลยีการสำรวจใหม่ทำให้พบว่าแร่ในพื้นที่นั้นคือแร่ดิกไคต์ แต่ขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่ได้รับอนุมัติ โดยปัจจุบันผ่านขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) แล้วแต่ยังไม่ได้นำเข้าให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วยุบสภาฯ ไปก่อน

ทั้งนี้ปัจจุบัน ทั่วประเทศมีการประกอบการเหมืองประมาณ 700 แห่ง และมีเหมืองที่อยู่ระหว่างการต่ออายุประทานบัตรจำนวนหลายสิบแห่ง

ตั้งสอบสวนเรียกรับสินบนเอกชน

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงข่าวการจับกุม นายพงศ์วิทย์ เหลืองช่วยโชค รองผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กรณีเรียกรับสินบน 1 ล้านบาท จาก หจก.คนึงพาณิชย์ ซึ่งเป็นตัวแทนจัดส่งอาหารดิบให้เรือนจำ จ.ชุมพร นั้น ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนลงวันที่ 19 มิ.ย. 2557ประกอบด้วย 1.นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ 2.นางกุลรัศมิ์ อนันต์พงษ์สุข รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นกรรมการ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน