
เยียวยาคอบอลโลก
หลังจากบริษัท อาร์เอส ได้ร่วมกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการเยียวยากลุ่มลูกค้าที่ซื้อกล่องบอลโลกและซื้อแพ็กเกจเวิลด์คัพ โดยบริษัทได้รับซื้อคืนกล่องมูลค่า 1,590 บาท สำหรับลูกค้ากล่องบอลโลกและกล่องดาวเทียมซันบอกซ์ที่ซื้อแพ็กเกจรับชมช่องเวิลด์คัพไปแล้ว และต้องการคืนสิทธิในการรับชมช่องเวิลด์คัพ บริษัทยินดีรับคืนในมูลค่า 299 บาท ซึ่งเป็นราคาแพ็กเกจรับชมช่องเวิลด์คัพที่ขายให้กับลูกค้า
หลังจากบริษัท อาร์เอส ได้ร่วมกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับการเยียวยากลุ่มลูกค้าที่ซื้อกล่องบอลโลกและซื้อแพ็กเกจเวิลด์คัพ โดยบริษัทได้รับซื้อคืนกล่องมูลค่า 1,590 บาท สำหรับลูกค้ากล่องบอลโลกและกล่องดาวเทียมซันบอกซ์ที่ซื้อแพ็กเกจรับชมช่องเวิลด์คัพไปแล้ว และต้องการคืนสิทธิในการรับชมช่องเวิลด์คัพ บริษัทยินดีรับคืนในมูลค่า 299 บาท ซึ่งเป็นราคาแพ็กเกจรับชมช่องเวิลด์คัพที่ขายให้กับลูกค้า
ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดให้ลูกค้าแจ้งคืนถึงวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้ขยายจากวันที่ 18 มิ.ย. ไม่ว่าจะเป็นการนำมาคืนเองที่คลังสินค้าของบริษัท ซึ่งจะได้รับเงินสดคืนทันทีหรือส่งพัสดุไปรษณีย์ โดยลูกค้าจะได้รับเงินภายใน 15 วัน เช่นเดียวกับการขอรับเงินค่าแพ็กเกจ
ภาคก่อสร้างจี้รัฐจัดระเบียบแรงงาน
นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ประเด็นเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวควรเป็นวาระเร่งด่วนที่ผู้บริหารประเทศชุดใหม่เร่งดำเนินการจัดระเบียบให้สามารถนำเข้าแรงงานต่างด้าวได้อย่างถูกต้องเป็นระบบและปลอดภัยกับความมั่นคงของประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ทั้งนี้เพราะมั่นใจว่าหากเปิดเออีซีแล้วจะมีแรงงานต่างด้าวหลั่งไหลเข้าสู่ระบบแรงงานไทยจำนวนมาก ทั้งจากอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ยังไม่รวมแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านที่ไหลเข้าสู่ระบบแรงงานไทยเป็นปกติอยู่แล้ว โดยควรกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังควรแก้ไขให้แรงงานต่างด้าวในภาคธุรกิจก่อสร้างสามารถเคลื่อนย้ายข้ามเขตได้ เพราะธุรกิจก่อสร้างแตกต่างจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายที่ แต่ธุรกิจก่อสร้างต้องหมุนเวียนไปตามโครงการต่างๆ ซึ่งปัจจุบันยังติดปัญหาเรื่องข้อกำหนดห้ามแรงงานต่างด้าวเคลื่อนย้ายข้ามเขตสำหรับการเข้ามาบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมกับสั่งเดินหน้าโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมได้ในปีหน้า หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติที่มีการลงทุนของภาครัฐในแต่ละปีประมาณ 4 แสนล้านบาท จะทำให้มีการลงทุนในภาคเอกชนตามมาอีก 4 แสนล้านบาท รวมเป็น 8 แสนล้านบาท จะส่งผลให้มีความต้องการแรงงานในภาคก่อสร้างไม่ต่ำกว่า 34 แสนคน ทั้งนี้ ประเมินจากตัวเลขความต้องการแรงงานในภาคก่อสร้างแล้ว คาดว่าปัญหาขาดแคลนอาจกลับมาอีกครั้ง ยิ่งปัจจุบันมีแรงงานบางส่วนตื่นตระหนกกลับประเทศจำนวนมากยิ่งทำให้แรงงานในระบบน้อยลง
บิ๊กอสังหาฯ เปิดศึกคอนโดรอบใหม่
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น เพราะภาคเอกชนต่างประเมินว่าบรรยากาศ การเมืองน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นแล้ว ทั้งนี้ประกอบกับในช่วง 56 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างชะลอการเปิดตัวโครงการตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น จึงมั่นใจว่าครึ่งปีหลังโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,0002,000 ล้านบาท จะออกมามากขึ้น
สำหรับ บริษัท พฤกษาฯ ปัจจุบันได้เตรียมความพร้อมโครงการไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอดูสถานการณ์ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับมาก่อน หากประเมินแล้วว่าตลาดเริ่มฟื้นตัวพร้อมที่จะเปิดขายได้ทันที ขณะที่บริษัทพัฒนาที่ดินรายอื่นๆ เช่น บริษัท แสนสิริ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) ก็ได้เริ่มทยอยเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ตัวเลขการเปิดตัวคอนโดมิเนียมในรอบ 5 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค.พ.ค. พบว่ามีจำนวน 2.4 หมื่นหน่วย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 30%
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า บรรยากาศทางการเมืองที่คลี่คลายจะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยในครึ่งปีหลังจะคึกคักกว่าครึ่งปีแรก ทั้งการเปิดโครงการใหม่และการแข่งขันที่รุนแรง โดยคาดว่าตลอดทั้งปีจะมีคอนโดมิเนียมเปิดขาย 6.5 หมื่นหน่วย แต่ยังน้อยกว่าปีที่แล้วที่มีจำนวน 8.5 หมื่นหน่วย







