posttoday
ธุรกิจไทยปฏิวัติคลังสินค้าชูเทคโนโลยีลดพึ่งพาแรงงาน

ธุรกิจไทยปฏิวัติคลังสินค้าชูเทคโนโลยีลดพึ่งพาแรงงาน

20 มิถุนายน 2557

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจไทยเริ่มปรับตัวใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการระบบคลังสินค้าแทนแรงงาน แต่ปัจจุบันไทยยังเป็นประเทศที่ล้าหลังมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หากจะแข่งขันกับคู่แข่งในอาเซียนให้ได้นั้น จำเป็นต้องปัดฝุ่นระบบคลังสินค้าภายใต้การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 15-20% ของต้นทุนโดยรวม

ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ ธุรกิจไทยเริ่มปรับตัวใช้เทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการระบบคลังสินค้าแทนแรงงาน แต่ปัจจุบันไทยยังเป็นประเทศที่ล้าหลังมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หากจะแข่งขันกับคู่แข่งในอาเซียนให้ได้นั้น จำเป็นต้องปัดฝุ่นระบบคลังสินค้าภายใต้การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งมีสัดส่วนถึง 15-20% ของต้นทุนโดยรวม

สราวุธ เล้าประเสริฐ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอสเอสไอ เชฟเฟอร์ ซิสเต็มส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ดำเนินธุรกิจระบบคลังสินค้าจากเยอรมนี เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไทยขณะนี้เริ่มตื่นตัวและให้ความสำคัญกับระบบการจัดการคลังสินค้าเพิ่มขึ้น กระทั่งตลาดมีมูลค่าราว 5,000 ล้านบาท ย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดมีมูลค่าเพียงแค่ 1,000 ล้านบาทเท่านั้น และยังใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่

ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ปี 2558 จะผลักดันให้ธุรกิจนี้โต 20-30% ต่อปี ประเด็นที่ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มปรับระบบการจัดคลังสินค้า ผ่านการวางแผน ออกแบบและติดตั้ง ของผู้เชี่ยวชาญ และหันมาพึ่งเทคโนโลยีแทนใช้แรงงาน เพราะการปรับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ปัญหาขาดแคลนแรงงาน และประการสำคัญต้องการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันเพื่อเปิดตลาดอาเซียน

ปัจจุบันระบบการจัดคลังสินค้าของธุรกิจในไทย ถือว่าช้าและล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านไปมาก โดยรั้งอันดับ 5 ใกล้เคียงกับฟิลิปปินส์ ขณะที่อันดับ 1.สิงคโปร์ ตามด้วย 2.มาเลเซีย 3.อินโดนีเซีย 4.เวียดนาม เพราะประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่ก้าวข้ามผ่านการใช้แรงงานคน และหันไปใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการแทน และหากเปรียบเทียบไทยกับญี่ปุ่นระบบล้าหลังถึง 20 ปี

“สิ่งที่น่ากังวล ธุรกิจในไทยส่วนใหญ่ยังใช้เทคโนโลยีระบบการจัดคลังสินค้าระดับทั่วไปและกลางเท่านั้น ขณะที่ระบบคลังสินค้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบโลจิสติกส์ ซึ่งพบว่าต้นทุนระบบโลจิสติกส์ของไทยโดยเฉลี่ย 1520% ของต้นทุนโดยรวม หากผู้ประกอบการหันมาใช้เทคโนโลยีบริหารคลังสินค้า จะช่วยลดต้นทุน 1015% และทำให้ต้นทุนระบบโลจิสติกส์ลดลงเหลือเพียง 7% จากต้นทุนโดยรวม” สราวุธ กล่าว

สำหรับธุรกิจของไทยที่ลงทุนระบบคลังสินค้า และใช้เทคโนโลยีระดับสูง เพื่อขยายตลาดอาเซียนและเริ่มขับเคลื่อนอย่างจริงจัง คือ รถยนต์ ธุรกิจค้าปลีก ก่อสร้าง อาหาร อาทิ เซ็นทรัล โฮมโปร ซีพีเอฟ ลอรีอัล ส่วนธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีระดับกลางและสูง ได้แก่ ยา สุขภาพและความงาม มีเพียงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเท่านั้น ยังไม่ค่อยใช้เทคโนโลยีคลังสินค้า

สราวุธ กล่าวว่า แผนธุรกิจในช่วง 3-5 ปี บริษัทมุ่งขยายฐานลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีควบคู่กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ โดยนำเสนอสินค้าและบริการภายใต้เทคโนโลยีใหม่ ผ่านการออกแบบให้สอดคล้องกับธุรกิจและกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งรูปแบบการให้บริการมีทั้งระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และระบบใช้คนควบคุม พร้อมกับเสนอโซลูชั่นที่หลากหลาย เครื่องจักรที่นำเข้าจากเยอรมนี ช่วยประหยัดพื้นที่ บริหารสินค้าในคงคลังได้เร็ว แม่นยำ และประการสำคัญต้องตอบสนองกับตลาดได้ทันท่วงที

แนวโน้มตลาดการจัดคลังสินค้ามูลค่า 5,000 ล้านบาท ปีนี้คาดโต 10-15% เทรนด์ในขณะนี้ธุรกิจไทยจะเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดมูลค่า 3,000 ล้านบาท จะขยายกว่า 20% ส่วนระบบคลังสินค้าที่ต้องใช้คนควบคุมมูลค่า 2,000 ล้านบาท จะโตเพียง 10% ในครึ่งปีหลัง เริ่มมีผู้ประกอบการลงทุนระบบคลังสินค้าหลังจากครึ่งปีแรกชะลอแผนไป ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจา 30 ราย และคาดว่าจะได้ลูกค้า 1015 รายในปี 2557-2558

ปัจจุบัน เอสเอส เชฟเฟอร์ เป็นผู้ให้บริการจัดการคลังสินค้าอันดับ 1 ของโลก สำหรับในไทยรายได้ปีนี้ตั้งเป้า 800 ล้านบาท โต 10-15% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 700 ล้านบาท ตลาดระบบจัดการคลังสินค้ามีโอกาสที่จะขยายตัวได้อีกมากในไทย บริษัทจึงวางเป้า 3-5 ปีข้างหน้ารายได้แตะ 1,000 ล้านบาท มีลูกค้าใหม่เพิ่ม 50 รายต่อปี ลูกค้าเดิมมี 2,000 ราย แบ่งเป็น เอสเอ็มอี 60-70% รายใหญ่ 30-40% ต้องลงทุนเทคโนโลยีใหม่ 34 ปีต่อครั้ง

หากไทยจะผลักดันครัวไทยก้าวสู่ครัวโลก หรือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในตลาดเอเชีย และแม้กระทั่งนำธุรกิจเปิดเออีซี ต้องปิดช่องว่างการใช้แรงงานคน และหันมาพึ่งพาเทคโนโลยี เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำ และเชื่อว่าอีก 5 ปีข้างหน้าระบบคลังสินค้าไทยจะไล่ทันสิงคโปร์ได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน