อมรา ศิริพงษ์ กับบางสิ่งที่ชีวิตต้องการ
สายวันหนึ่งเธอแบกเป้ขึ้นหลัง พร้อมกับการเดินทางครั้งใหม่ได้เริ่มต้น
โดย...พงศ์ พริบไหว ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
สายวันหนึ่งเธอแบกเป้ขึ้นหลัง พร้อมกับการเดินทางครั้งใหม่ได้เริ่มต้น
ส้มอมรา ศิริพงษ์ ทำให้แปลกใจอีกหนกับบทบาทหน้าที่ใหม่ของเธอในฐานะ “คนเดินเรื่อง” ของรายการสารคดีชีวิตอย่าง คนค้นฅน
ก่อนหน้านี้ ใครๆ ต่างรู้จักเธอในอีกมิติกับเจ้าของน้ำเสียงแสนซ่าที่โด่งดังอย่างมากในบทของนักร้องที่มีเพลงฮิตเหลือเกินอย่าง Play Girl, ซ่าอารมณ์, นางสาวไทย ฯลฯ โดยทุกเพลงในอัลบั้มของเธอล้วนแต่งขึ้นเอง โดยสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาชีวิตของกุลสตรีในยุคใหม่ ในช่วงเวลาต่อมาเพลงเหล่านั้นได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอแต่งเพลง “สิ่งที่หวัง” เพื่อหารายได้ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลเด็กมหาราชินี และทำงานเพื่อสังคมมาจนถึงวันนี้
นอกจากนั้น เธอยังมีอีกบทบาทเป็นดีเจประจำคลื่นวิทยุ GET 102.5 ทั้งยังมีผลงานภาพยนตร์ในเรื่อง ช็อกโกแลต ของผู้กำกับอย่าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่ต่อมาส่งให้เธอได้ก้าวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ระดับอินเตอร์ในเรื่อง “Kill’Em All” นอกเหนือจากที่กล่าว อมรา ยังทำงานอีกหลายอย่าง ซึ่งล้วนเป็นงานในวงการบันเทิงที่เธอถนัดและทำมาอย่างต่อเนื่อง ทว่ากับงานด้านพิธีกรสำหรับเธอถือว่าเป็นงานใหม่เอามากๆ แต่เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนผ่าน เธอก็พร้อมรับหน้าที่คนเดินเรื่องในครั้งนี้
“มันเริ่มจากเราไปสุดทุกขอบแล้ว ทั้งเรื่องการแสดงและเรื่องเพลง คือพอมันไปสุดทุกขอบเราก็ไม่ท้าทายในสิ่งเดิมๆ แล้วส้มเองยังไม่เคยเข้าไปทำงานในฝั่งของรายการโทรทัศน์เลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเพียงแขกรับเชิญ เป็นผู้ถูกถามมากกว่าผู้ถาม ส้มก็เลยอยากลองมาทำงานเป็นพิธีกรดูบ้าง ซึ่งส้มมองว่าอยากทำเกี่ยวกับเรื่องของความจริง เช่น งานสารคดี และส้มก็มองว่าถ้าเป็นรายการโทรทัศน์ ทีวีบูรพานำเสนอสิ่งที่จริงที่สุดแล้วในแง่ของงานสารคดี ก็เลยเดินเข้ามาคุยกับทางผู้บริหาร บอกความตั้งใจของส้มให้ฟัง”
พร้อมๆ กันนั้น ทีวีบูรพากำลังมีโปรเจกต์ใหญ่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของรายการคนค้นฅน เพื่อต้อนรับขวบปีที่ 12 อยู่พอดี เมื่อเห็นความตั้งใจของอมรา จึงให้สาวเจ้าได้ชิมลาง ใน “คนค้นฅน ซีรีส์ 12 ฅนค้นโลก” ซึ่งเป็นรายการสารคดีชีวิตกึ่งท่องเที่ยว ที่จะนำพาผู้ชมเดินทางไปบนเส้นทางสายใหม่ กับคนเล็กๆ บนโลกกว้าง
“12 ฅนค้นโลก คือเรื่องของการเดินทางตามรอยนักเดินทางตัวจริง อย่างที่ทุกคนรู้ว่าปีหน้าจะเปิดเออีซี ฉะนั้นผู้คนจะสนใจเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศมาก รายการคนค้นฅนจึงปรับเปลี่ยนให้เข้ากับกระแส แต่เราจะมีแง่มุมแบบเรา คือไม่ใช่เป็นรายการท่องเที่ยวธรรมดา คือจะเห็นได้ว่าทุกคนที่ถูกเชิญมาเป็นคนต้นเรื่อง (แขกรับเชิญ) เรียกได้ว่าเป็นนักเดินทางตัวจริง ซึ่งมีแง่มุมชีวิตที่น่าสนใจ
เราซึ่งเป็นพิธีกรก็เดินทางตามพวกเขา คือเรียกว่าเป็นเรียลิตี้ เหนื่อย เหนื่อยจริง หิว หิวจริง ค่ำไหนนอนนั่น แล้วคนดูจะได้ฟีลเลยนะว่า เขาเองก็เดินทางได้ คืออย่างตอนที่ส้มทำก็จะเป็นวัยรุ่นๆ ไปกันแบบคนที่มีเงินน้อย แล้วเราก็มีวิธีการเดินทางในแบบเรา ซึ่งเป็นวิธีที่เกิดจากนักเดินทางที่เขาผ่านกันมาแล้ว จะมีเรื่องของความจริงที่เกิดขึ้นในการเดินทางอย่างปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเสมือนเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากออกเดินทาง”
แน่นอนว่า ในฐานะคนเดินเรื่อง เธอเองต้องลงไปลุยตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งเมื่อถามถึงความกดดัน เธอตอบแบบยิ้มๆ ให้ฟังว่า สำหรับเธอแล้วการมาทำงานสารคดีถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากเสียกว่าจะเป็นความกดดัน เพราะเธอเองเป็นคนเสนอตัวที่จะเข้ามาเรียนรู้วิถีของงานสายยากเพื่อเป็นต้นทุนชีวิต
“เราก็พยายามเป็นตัวของตัวเอง ฉะนั้นการที่เราจะไปเหมือนใครก็คงเป็นไปไม่ได้ ส้มไม่ได้คาดหวังให้เป็นแบบนั้น แต่คาดหวังกับตัวเองว่าจะนำเสนอมุมมองในแบบของเรา ผ่านสิ่งที่มี อย่างเรื่องของการแต่งเพลง ใช้วิธีการมองโลกมองคนแบบนักแต่งเพลงของตัวเองเข้ามาช่วย ซึ่งอยู่ที่คนจะเสพลูกอมด้วยว่าจะเสพแบบอมหรือเสพแบบเลีย
คือเปรียบลูกอม เหมือนเพลงที่ส้มแต่งนะ ถ้าคุณเอาแต่เลีย คุณก็ได้แต่หวานๆ สนุกๆ คุณก็ไม่ได้สาระอะไร แต่ถ้าคุณค่อยๆ อม แล้วย่อยมันจริงๆ คุณก็จะรู้ว่าส้มนำเสนออะไรผ่านบทเพลง งานสารคดีก็เช่นกัน ส้มก็อยากจะนำเสนอในมุมมองของเรา คือมันก็จะสนุกสนานแต่มีสาระอะไรแบบนั้น บางทีวิธีการทำงานแค่คิดพลิกแพลงไปจากวิธีการนำเสนอแบบเดิมๆ มันก็ไม่ได้ยาก เพียงแต่ว่าเราอาจยังไม่ชัดเจนเท่าไร แต่ส้มก็หวังว่าอยากทำงานนี้ออกมาให้ดีในแบบที่เป็นตัวเรามากที่สุด นำเสนอในสิ่งที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับคนดูมากที่สุด และอีกอย่างที่ส้มรับรู้เลย เมื่อมาทำงานสารคดี คืองานแบบนี้มันจะออกมาไม่ดีเลย ถ้าหัวใจเราไม่ศรัทธา”
เสร็จสิ้นบทสนทนา อมรากล่าวลาก่อนเดินทะมัดทะแมงไปหยิบเป้คู่กายขึ้นไหล่ เพื่อไปเปลี่ยนชุดพร้อมออกเดินทางไปยังจุดหมายอันมีเรื่องราวของสารคดีตอนใหม่รออยู่...
อีกมุมชีวิตส่วนตัว
นอกเหนือจากงานในวงการบันเทิง ส้ม อมรา มักจะใช้ชีวิตอย่างอิสระและมีคุณค่าต่อตัวเองเสมอ อย่างเช่น แบ่งเวลาไปเป็นอาจารย์พิเศษด้านสื่อสารมวลชน และศิลปวิจักษณ์ (Art Appreciations) ให้กับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ทั้งยังชอบออกกำลังกายด้วยกีฬาทางน้ำ จนได้รับเลือกให้เป็นทูตด้านสิ่งแวดล้อมจากกองทัพเรือ
ต่อมาเธอได้กลายเป็นผู้ริเริ่มโครงการนำร่อง เพื่อเผยแพร่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลที่เกาะเต่า จ.ชุมพร ทั้งยังได้รับเลือกจากมูลนิธิ Habitat ให้เป็น Habitat Thailand Youth Build Hero ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเรื่องที่อยู่อาศัยตามจังหวัดต่างๆ หรือกระทั่งงานล่าสุดอย่างการก่อตั้งวงออร์เคสตรา โดยรวบรวมเด็กนักเรียนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ มาแต่งเพลงธรรมะเพื่อทำการกุศล


