posttoday
คาด กนง.คงดอกเบี้ย

คาด กนง.คงดอกเบี้ย

18 มิถุนายน 2557

วันที่ 18 มิ.ย.นี้ จะเป็นวันสำคัญที่นักลงทุนรอคอย เพราะนอกจากจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ยังมีการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีกด้วย แต่คาดว่าทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ไม่มีผลต่อตลาดหุ้นมาก เนื่องจากเป็นเรื่องที่คาดไว้แล้ว

วันที่ 18 มิ.ย.นี้ จะเป็นวันสำคัญที่นักลงทุนรอคอย เพราะนอกจากจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายแล้ว ยังมีการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีกด้วย แต่คาดว่าทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ไม่มีผลต่อตลาดหุ้นมาก เนื่องจากเป็นเรื่องที่คาดไว้แล้ว

ทั้งนี้ ตลาดคาดว่า กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เช่นเดิม เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีพัฒนาการดีมากขึ้น หลังความวุ่นวายทางการเมืองคลี่คลายลง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อก็อยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับการประชุมของเฟดวันที่ 1718 มิ.ย. คาดว่าจะมีการปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ลงอีกเดือนละ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลงสู่ระดับ 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน ได้ให้น้ำหนักปกติต่อตลาด เนื่องจากการทยอยปรับลดคิวอีจะถูกชดเชยด้วยภาพการฟื้นตัวเองของเศรษฐกิจสหรัฐอย่างแท้จริง

ดังนั้น สำหรับกลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ คาดว่าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อ โดยประเมินกรอบแนวต้าน 1,474/1,485 จุด และแนวรับ 1,444/1,440 จุด และแนะนำให้ถือหุ้น 70% โดยรอจังหวะดัชนีดีดขึ้นเหนือ 1,480 จุด เป็นจุดที่ทยอยลดน้ำหนักการลงทุนลง 10% เนื่องจากระดับดังกล่าวเทียบเคียงสัดส่วนราคา/กำไร (พี/อี) 15.5 เท่า หรือพี/อีล่วงหน้า 14.5 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ค่อนข้างแพงในเชิงมูลค่า ส่วนธีมเด่นที่อาจเลือกเก็งกำไรสั้น แนะนำดังนี้

กลุ่มแรก กลุ่มที่ได้อานิสงส์แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ กลุ่มธนาคาร แนะนำธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ธนาคารกรุงไทย (KTB) กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ท่องเที่ยว บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW)

กลุ่มที่สอง หุ้นใน SET50/100 บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP)

กลุ่มที่สาม เวิลด์ คับ 2014 MINT และบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท (SPORT) บริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี (TKS) ผสานหุ้นไตรมาส 2 ปี 2557

ทั้งนี้ แนะนำให้เลือกลงทุนบริษัท อาร์เอส (RS) CPALL บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) บริษัท โตโยไทย คอร์ปอเรชั่น (TTCL) บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO)

นอกจากนั้น ยังแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นลงทุนในเดือน มิ.ย. คือ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนซีส์ (TTA) M, STEC, บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC) บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริง (GUNKUL) และบริษัทม้ามืด RS, AMATA, KKP และบริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO)

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ได้ปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างจากต่ำกว่าตลาดเป็นเท่ากับตลาด จากแนวโน้มที่สดใส และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ โดยคาดว่าความต้องการของวัสดุก่อสร้างจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในระยะต่อไป

ทั้งนี้ เลือกบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจาก SCC เป็นหนึ่งในบริษัทที่จะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากแผนการลงทุนจำนวนมากในอีก 8 ปีข้างหน้า ในฐานะที่เป็นผู้นำในตลาดวัสดุก่อสร้างพื้นฐานทุกประเภท ทั้งปูนซีเมนต์ กระเบื้องหลังคา กระเบื้องปูพื้นและผนัง ฯลฯ

ในขณะเดียวกัน แนวโน้มที่สดใสของธุรกิจเคมีภัณฑ์ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 50% ของยอดขายรวมก็น่าจะช่วยสนับสนุนให้กำไรปกติปี 2557 เพิ่มขึ้น 6.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 3.76 หมื่นล้านบาท

สำหรับความเสี่ยงในการลงทุนหุ้น กลุ่มวัสดุก่อสร้างคือความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบประมาณปี 25572558 จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แนวโน้มของกลุ่มวัสดุก่อสร้างดูแย่ลง เนื่องจากผู้รับเหมาต่างก็คาดหวังว่าโครงการประมูลรอบใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการโครงสร้างพื้นฐานอย่างเช่นรถไฟฟ้า น่าจะช่วยเพิ่มยอดงานในมือได้ ซึ่งหากไม่มีโครงการใหม่ๆ เหล่านี้ กำไรของบริษัทรับเหมาก่อสร้างก็จะเริ่มชะลอตัวและลดลงในระยะเวลาอันใกล้นี้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน