
เซ็ปเป้...แชมป์ฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์
บริษัท เซ็ปเป้ มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในหมวดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์ประเภทผู้หญิง 35% จากมูลค่าตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล 5,800 ล้านบาท และส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 หมวดเครื่องดื่มกาแฟควบคุมน้ำหนักที่ 22% จากมูลค่าตลาด 1,900 ล้านบาท
บริษัท เซ็ปเป้ มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในหมวดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์ประเภทผู้หญิง 35% จากมูลค่าตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัล 5,800 ล้านบาท และส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 หมวดเครื่องดื่มกาแฟควบคุมน้ำหนักที่ 22% จากมูลค่าตลาด 1,900 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ในตลาดคาดว่าหุ้นนี้จะมีมูลค่าที่เหมาะสมที่ 17 บาท จากค่าเฉลี่ยการประเมินมูลค่า 3 วิธี จากรายได้ที่แน่นอนของเครื่องดื่มที่ติดตลาด โดยใช้วิธีส่วนลดกระแสเงินสดได้ราคาหุ้นละ 21.27 บาท และราคาต่อมูลค่าบัญชีอิงจากค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มได้หุ้นละ 13.20 บาท
ทั้งนี้ คาดว่าปี 2557-2558 บริษัทจะมีกำไรสุทธิที่ 295 ล้านบาท และ 324 ล้านบาท ตามลำดับ เติบโต 88% จาก ปี 2556 ที่มีกำไรสุทธิ 137 ล้านบาท และแนวโน้มการเติบโตเฉลี่ยปี 2556-2558 ที่ 44%
นอกจากนั้น ยังคาดว่าปี 2557-2567 บริษัทจะมีรายได้เติบโตเฉลี่ย ปีละ 8.1%
อดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ คาดว่ารายได้ปี 2557 จะเติบโต 30% จากรายได้ปี 2556 อยู่ที่ 2,410 ล้านบาท และกำไรปี 2556 ที่ 137 ล้านบาท
เขากล่าวว่า นับตั้งแต่เปิดดำเนินการผลิตและขายเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นมาตลอด ยกเว้นปี 2554 ที่กำไรลดลงเล็กน้อยจาก เหตุการณ์น้ำท่วม ที่ทำให้มีอุปสรรคด้านการขนส่ง
แนวโน้มธุรกิจที่เติบโตได้ต่อเนื่องจากแนวโน้มการรักษาสุขภาพของผู้บริโภคที่หันมาบริโภคเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก ทำให้ภาพรวมตลาดเครื่องดื่มผลไม้เติบโตเฉลี่ย 30% ตั้งแต่ปี 2554-2556 ดีกว่าตลาดน้ำอัดลมที่ปี 2554 ลดลง 4% และปี 2556 เติบโตเพียง 7%
ขณะที่กำไรบริษัทปี 2556 ที่ 137 ล้านบาท มากกว่าปี 2555 ถึงกว่าเท่าตัวที่มีกำไร 68 ล้านบาท
ล่าสุดไตรมาสแรกที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 146 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 18% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 27 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 5.54% และแนวโน้มทั้งปีคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายและคงอัตรากำไรสุทธิไว้อย่างน้อย 18% ได้
นอกจากนั้น ผลการส่งออกน้ำผลไม้คั้นและเครื่องดื่มน้ำผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศ ทำให้คาดว่าปีนี้สัดส่วนรายได้จากการส่งออกจะเพิ่มเป็น 60% จากปีก่อน 50% จากผลการดำเนินงานไตรมาสแรกที่มีรายได้ 787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 60% มาจากการส่งออก
สินค้าหลักของเซ็ปเป้ คือ กลุ่มฟังก์ชันนัลซอฟต์ดริงก์และน้ำผลไม้ ที่คาดว่าจะเติบโตปีละ 9.1% และ 7.9% ตามลำดับ โดยช่วงปี 2555-2560 คาดว่าจะเติบโตสูงกว่าประมาณการตลาดซอฟต์ดริงก์และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่ 7.5% และ 3% ตามลำดับ
อดิศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้ในโครงการขยายกำลังการผลิตเครื่องบรรจุน้ำและการผลิตขวดเพ็ตเพื่อรองรับแผนขยายธุรกิจ ส่วนที่เหลือจะนำไปจ่ายเงินกู้และเป็นทุนหมุนเวียนในบริษัท ภายหลังไอพีโอคาดว่าบริษัทจะไม่มีหนี้เงินกู้ จากเดิมที่มีสัดส่วนหนี้สิน ต่อทุน 2.3 เท่า ในปี 2556
นักวิเคราะห์คาดว่าไตรมาส 2 ปี 2558 กำลังการผลิตใหม่จะหนุนให้อัตรากำไรดีขึ้นตามสายการผลิต ขวดเพ็ตที่จะแล้วเสร็จ โดยคาดอัตรากำไรขั้นจะอยู่ที่ 38% จาก 33% ในปี 2556 เนื่องจากลดต้นทุนใน การจ้างการผลิต







