posttoday
วันบายวัน หนึ่งความหวัง ให้หนึ่งคนที่ต้องการ

วันบายวัน หนึ่งความหวัง ให้หนึ่งคนที่ต้องการ

14 มิถุนายน 2557

เรารู้จักบริษัท แอมเวย์ ในฐานะบริษัทขายตรงข้ามชาติที่มีชื่อเสียง ยาวนาน

เรารู้จักบริษัท แอมเวย์ ในฐานะบริษัทขายตรงข้ามชาติที่มีชื่อเสียง ยาวนาน แต่อีกด้านหนึ่งที่เราน่าจะได้ทำความรู้จักกับแอมเวย์ ก็คือด้านการทำงานเพื่อสังคมไทยผ่านมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย

แอมเวย์ได้ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือสังคมมาตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 เพื่อเป็นศูนย์รวมในการดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลของพนักงานบริษัท แอมเวย์ และนักธุรกิจแอมเวย์ จากนั้นจึงได้เริ่มตั้งมูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทยเมื่อปี พ.ศ. 2545 หลังจากนั้นไม่นานได้รับการพิจารณาเห็นชอบในการเข้าเป็นสมาชิกสมาคมสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประเภทตลอดชีพในปี พ.ศ. 2546 โดยมีวัตถุประสงค์มูลนิธิมุ่งเน้นในการดำเนินกิจกรรมเพื่อมอบโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชน ภายใต้แนวคิดการช่วยเหลือแบบทีละคน หรือ วัน บาย วัน ตามชื่อของโครงการ ด้วย 4 แนวคิดที่ใช้แบบเดียวกันทั่วโลก คือ

ลีฟ (Live) เพราะเด็กต้องการใช้ชีวิตในวัย ของเขาอย่างสนุกสนาน แต่ในหลายประเทศแม้เพียงน้ำดื่มที่สะอาดและสารอาหาร หรือภูมิคุ้มกันโรคนั้นยังไม่เพียงพอต่อเด็กเหล่านั้น เราจึงหยิบยื่นและเติมเต็มสิ่งที่เด็กต้องการ ยกตัวอย่างเช่น การรักษาอาการเด็กปากแหว่งเพดานโหว่ในประเทศไทย การจัดโครงการอาหารเช้าและอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียนในแอฟริกาใต้

เลิร์น (Learn) การศึกษาทำให้เกิดความเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แอมเวย์เชื่อว่าการให้ความรู้แก่เด็กเป็นหน้าที่ของทุกคน นั่นคือเหตุผลที่เราสนับสนุนการเรียนของเด็กๆ โดยจัดการเรียนการสอน การบริจาคอุปกรณ์การเรียนต่างๆ เช่น หนังสือแบบเรียน คอมพิวเตอร์ ฯลฯ เห็นได้จากการให้ ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนจากครอบครัวผู้อพยพในประเทศจีน การดูแล เด็กๆ ในประเทศเกาหลีให้มีสุขภาพชีวิตที่ดี ด้วยการให้ข้อมูลด้านโภชนาการและการออกกำลังกายขั้นพื้นฐาน

อชิฟ (Achieve) เปลี่ยนอุปสรรคให้กลายเป็นโอกาส ตอบสนองความ ต้องการเฉพาะด้านเพื่อส่งเสริมศักยภาพที่อยู่ตัวของเด็ก เช่น การจัดทำ หนังสือเรียนแบบพิเศษ และการจัดอบรมวิชาชีพให้กับเด็กผู้พิการทางสายตาในประเทศอินเดีย การให้ความสนับสนุนหน่วยงานฟื้นฟูทางกายภาพแก่เด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษในประเทศสหรัฐอเมริกา

วันบายวัน หนึ่งความหวัง ให้หนึ่งคนที่ต้องการ

 

เพลย์ (Play) การเล่นนั้นเป็นหนึ่งในวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์จินตนาการให้กับเด็กๆ โดยการสร้างห้องเด็กเล่นในหลายโรงพยาบาลของประเทศรัสเซีย เพื่อให้เด็กที่เป็นลูคีเมียได้ สันทนาการในระหว่างการรักษาตัว และในประเทศสหรัฐอเมริกายังได้สร้างสนามเด็กเล่นในชุมชนหลายร้อยแห่ง

ส่วนในประเทศไทยนับแต่เริ่มแรก แอมเวย์ช่วยให้เด็กและเยาวชนไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากกว่า 2 แสนคน คิดรวมเป็นชั่วโมงตอบแทนสังคมมากกว่า 4.5 หมื่นชั่วโมง ด้วยโครงการ วัน บาย วัน เปิดโลกกว้างทางปัญญา ผ่านกิจกรรมห้องสมุดแอมเวย์ ทุนการศึกษาแอมเวย์ และวัน บาย วัน ยิ้มสยาม ในแต่ละปีมูลนิธิสามารถให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนไทยปีละ ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคน

โดยโครงการล่าสุดของมูลนิธิแอมเวย์ก็คือ โครงการ วัน บาย วัน หนังสือเสียง ร่วมมือกับมูลนิธิราชสุดา เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยการผลิตหนังสือเสียงคุณภาพสูงรูปแบบซีดี เพื่อให้เด็กไทยที่มีความพิการทางสายตา รวมทั้งบุคคลตาบอดทั่วไปสามารถเข้าถึงคลังความรู้ได้มากขึ้น

กิจธวัช ฤทธีราวี ประธานกรรมการ มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทย อธิบายถึงโครงการนี้เพิ่มเติมว่า ในฐานะที่มูลนิธิแอมเวย์เพื่อสังคมไทยเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ ที่ดำเนินกิจกรรมตอบแทน บุญคุณของสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง เราจึงหากิจกรรมต่างๆ เพื่อคืนกำไรให้แก่สังคมด้านต่างๆ แต่ความพิเศษของโครงการหนังสือเสียงในปีนี้ คือการได้รับพระราชทานพระราชานุญาตนำหนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 70 เล่ม ใน 4 หมวดหมู่ ได้แก่ 1.หนังสือชุดเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ 2.หนังสือพระราชนิพนธ์ทั่วไป 3.หนังสือพระราชนิพนธ์บทกวี และ 4.หนังสือพระราชนิพนธ์วิชาการ เพื่อมาอ่านและบันทึกเป็นหนังสือเสียง

อย่างหนังสือเรื่อง “ข้าวไทยไปญี่ปุ่น” บันทึกการเสด็จฯ เยือนประเทศญี่ปุ่น “แดร๊กคูล่าผู้น่ารัก” บันทึกไว้เมื่อครั้งเสด็จฯ เยือนประเทศในยุโรปตะวันออก และ “เกาะในฝัน” หนังสือพระราชนิพนธ์บันทึกการเสด็จฯ เยือนเกาะต่างๆ ใน จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ โดยเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของแก่ราษฎร นักเรียน ผู้ป่วย และคนยากจน ซึ่งหนังสือแต่ละเล่มล้วนทรงคุณค่าและจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง

หลังจากนี้จะส่งมอบหนังสือเสียงไปยังหน่วยงานที่ให้บริการแก่ผู้พิการ ทางสายตา 132 แห่งทั่วประเทศ โดยไม่มีการนำไปจำหน่ายหรือเรียกเก็บ ค่าใช้จ่ายใดๆ

ปัจจุบันนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547-2556 ตั้งแต่เริ่มมีการสร้างลงบันทึกเสียงในโครงการนี้ สามารถผลิตหนังสือเสียงทั้งหมด 284 เรื่อง และยังคงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตราบเท่าที่เราทุกคนในสังคมไทยช่วยกันสร้างสรรค์ความดีในด้านต่างๆ ตามกำลังที่มีในตัวเราทุกคน

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่