
อสังหาฯพลิกเกมสู้ตลาดซึม
ค่ายอสังหาฯ รายกลางพลิกกลยุทธ์สู้ตลาดซึม สตาร์เวลล์ชูเงินกู้ 110% ลลิลบุกต่างจังหวัด-มั่นคงฯ รุกแนวราบ
ค่ายอสังหาฯ รายกลางพลิกกลยุทธ์สู้ตลาดซึม สตาร์เวลล์ชูเงินกู้ 110% ลลิลบุกต่างจังหวัด-มั่นคงฯ รุกแนวราบ
นายบุญมา อิ่มวิเศษ ประธานกรรมการ บริษัท สตาร์เวลล์ แอสเซท ในกลุ่มสตาร์เวลล์ ผู้บริหารโครงการหมู่บ้านดิไอคอน จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใน จ.นครราชสีมา มาแล้ว 2-3 ปี ภายใต้ชื่อโครงการดิไอคอน ล่าสุด พบว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใน จ.นครราชสีมา เริ่มโอเวอร์ซัพพลายในบางพื้นที่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรที่ไม่มีจุดขายแตกต่าง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนเพื่อรองรับโครงการไฮสปีดเทรนที่ปัจจุบันถูกชะลอโครงการออกไป รวมถึงกำลังซื้อของ ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทได้เปิดขายโครงการ ดิไอคอนแล้ว 2 โครงการ มียอดขายแล้ว 30-50% และปีนี้จะเปิดโครงการใหม่ 3-4 โครงการ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่จะมีครบทั้ง 4 มุมเมืองในนครราชสีมา และมีที่ดินพร้อมอยู่แล้ว แต่จากภาวะตลาดที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้บริษัทปรับตัวด้วยการขยายระยะเวลาปิดโครงการออกไปนานขึ้น จากเดิม 2 ปี เป็น 3 ปี
นอกจากนี้ ยังชูจุดขายที่แตกต่างคือเป็นโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ และรับประกันการขอสินเชื่อได้ 110% เพื่อให้ลูกค้ามีเงินเหลือสำหรับตกแต่ง ซึ่งในภาวะที่ธนาคาร เข้มงวดสินเชื่อหากลูกค้าขอสินเชื่อไม่ผ่าน บริษัทในเครือคือ สตาร์เวลล์ ลิสซิ่ง จะทำหน้าที่ปล่อยกู้แทนธนาคารในอัตราดอกเบี้ยเท่าธนาคารทั่วไป จนกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นและทำให้ ลูกค้าขอสินเชื่อกับธนาคารได้ตามปกติ
นายกร ธนพิพัฒนศิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทได้เร่งศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้ไปทำเซอร์เวย์ตลาด จ.ขอนแก่นและอุดรธานี ปัจจุบันสัดส่วนรายได้มาจากตลาดต่างจังหวัด 20% คาดว่าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 30% เพราะจะเปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ ซึ่งครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 2 โครงการ โดยตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 3,200 ล้านบาท เป้ารับรู้รายได้ 2,700 ล้านบาท
ด้าน น.ส.ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายบัญชี-การเงิน บริษัท มั่นคงเคหะการ กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนของปีนี้รายได้ของบริษัทเติบโต 20% มาจากการขายโครงการบ้านพร้อมอยู่ และในครึ่งปีหลังจะเปิดตัวโครงการแนวราบ 4 โครงการ มูลค่ากว่า 3,300 ล้านบาท







