
7องค์กรเอกชนชง3เรื่องด่วนฟื้นศก.-คืนความเชื่อมั่น
7องค์กรเอกชนเคาะ 3 เรื่องเร่งด่วนฟื้นเศรษฐกิจ-เร่งคืนความเชื่อมั่นเสนอคสช. พร้อมให้วางรากฐานเพื่อความสามารถการแข่งขันระยะยาว
7องค์กรเอกชนเคาะ 3 เรื่องเร่งด่วนฟื้นเศรษฐกิจ-เร่งคืนความเชื่อมั่นเสนอคสช. พร้อมให้วางรากฐานเพื่อความสามารถการแข่งขันระยะยาว
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. นายกลินท์ สารสิน กรรมการเลขาธิการ หอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุม 7 องค์กรภาคเอกชนในวันนี้ได้หารือกันเกี่ยวกับแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใต้ 7 แนวทาง โดยเห็นร่วมกันว่ามีแนวทางเร่งด่วนที่ต้องเสนอต่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มี 4 เรื่อง โดยแบ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนระยะสั้น 3 เรื่อง และเรื่องระยะยาว 1 เรื่อง
เรื่องเร่งด่วนได้แก่ 1.การฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนว่าลงทุนในประเทศไทยแล้วมีความปลอดภัย และมีแนวทางให้ต่างชาติที่มาลงทุนในไทยได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในไทย ซึ่งในวัน ที่ 10 มิ.ย. หอการค้าต่างประเทศจะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย และในงานเลี้ยงของหอการค้าไทยที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10 มิ.ย.จะมีการเชิญทูต นักธุรกิจ หอการค้าต่างประเทศมาร่วมงาน ซึ่งจะมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยด้วย
2.การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความปรองดอง ซึ่งทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และหอการค้าจังหวัดจะไปร่วมกันหาแนวทางสร้างความปรองดองในแต่ละพื้นที่ และ 3.การสร้างความโปร่งใสไร้คอร์รัปชั่น ซึ่งส่วนนี้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นจะนำเสนอแนวทางลดคอร์รัปชั่น 8 ข้อต่อ คสช.ต่อไป ซึ่งมีตัวอย่างเช่น การปรับปรุงระเบียบราชการ
ขณะที่แนวทางระยะยาว คือการวางรากฐานให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว เช่นการสร้างบรรยากาศที่น่าลงทุน ขอใบอนุญาตต่างๆ มีความสะดวก
นายกลินท์ กล่าวว่า ในการหารือวันนี้มี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. เข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งนายสมคิดไม่ได้มีการเสนอในเรื่องใด มีเพียงการเล่าสถานการณ์ในปัจจุบันให้ที่ประชุมฟัง แต่ระบุว่า 7 องค์กรธุรกิจมีความเข้มแข็งหากมีข้อเสนอใดก็ควรเร่งเสนอต่อ คสช.
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ 7 องค์กรยังไม่ได้กำหนดวันที่จะเข้าพบหารือ คสช. เนื่องจากพบว่ามีรายละเอียดของข้อเสนอที่ต้องพิจารณาอีกมาก และมีบางส่วนที่เคยเป็นข้อเสนอแต่ปรากฏว่าได้รับการผลักดันโดย คสช. บ้างแล้ว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ 7 องค์กรได้วางแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจไว้ 7 ด้าน ได้แก่ 1.การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 2.ปฏิรูปกรอบการลงทุนของภาครัฐและเอกชน 3.การยกระดับด้านการศึกษา 4.การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านหลังคม 5.การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น 6.การแก้ไขกฎระเบียบ และ 7.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากมาตรการ 3 ด้านเร่งด่วน และ 1 ด้านระยะยาวนั้น ในส่วนของส.อ.ท.จะเร่งดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ อาทิ มาตรการเรียกคววามเชื่อมั่น ซึ่งล่าสุดส.อ.ท.ได้หารือร่วมกับเจเอฟซีซีที หอการค้านานาชาติที่ตัวแทนนักลงทุนจาก29ประเทศเข้าร่วม เพื่อสอบถามถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งได้รับคำตอบว่ายังเชื่อมั่น ดังนั้นเพื่อดำเนินการในภาพรวมปลายเดือนมิถุนายนนี้ส.อ.ท.จะจัดงานประชุมภายใต้ชื่อ "ไทยแลนด์ แบค"โดยจะเชิญซีอีโอจากบริษัทใหญ่ทั่วโลกเข้าร่วม อาทิ ค่ายรถยนต์ชั้นนำทั้งเอเชียและยุโรป
"ข้อเสนอของเอกชนและแผนการทำงานทั้งหมดจะเสนอคสช.พิจารณา โดยการประชุมคาดว่าจะอยู่ในรูปกรอ.ตามที่เอกชนเสนอเพิ่มเติม เพราะจะทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากกว่า"นายสุพันธุ์กล่าว







