posttoday
บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ที่ปรึกษาทางการเงินยอดเยี่ยม

บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ที่ปรึกษาทางการเงินยอดเยี่ยม

07 มิถุนายน 2557

ตลอดปี 2556 ถือเป็นปีที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร ได้รับรางวัลทั้งหมด 12 รางวัล จาก 4 หน่วยงานหลัก

ตลอดปี 2556 ถือเป็นปีที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร ได้รับรางวัลทั้งหมด 12 รางวัล จาก 4 หน่วยงานหลัก คือ Finance Asia 2013 Country Awards, IFR Asia, The Asset 2013 Triple A Country Award และ Alpha ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการเป็นบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทยยอดเยี่ยม งานวาณิชธนกิจยอดเยี่ยม

แต่ที่เป็นเรื่องใหม่และได้รับรางวัลเป็นครั้งแรกนั่นคือ การเป็นผู้ทำรายการธุรกรรมเสนอขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองแรกของประเทศไทยคือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท (BTSGIF) ของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ที่มีการระดมทุนมากกว่า 6.25 หมื่นล้านบาท เมื่อปี 2556 ซึ่งอันนี้ได้รับทั้งจากเวทีของ Finance Asia และ IFR Asia

นอกจากนั้น ยังได้รับรางวัลจากการเป็นที่ปรึกษาการทำธุรกรรมการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กับ กลุ่มมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก ซึ่งได้ทั้งจาก Finance Asia และ The Asset 2013 Triple A Country Award

บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ที่ปรึกษาทางการเงินยอดเยี่ยม

 

“อนุวัฒน์ ร่วมสุข” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดตราสารทุน สายงานวาณิชธนกิจและตลาดตราสารทุน และ “ตรัยรักษ์ เต็งไตรรัตน์” กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวาณิชธนกิจและตลาดตราสารทุน บล.ภัทร เปิดเผยถึงผลที่ทำให้บริษัทได้รับรางวัลดังกล่าวว่า รางวัลที่ได้รับมาจาก 3 ปัจจัยด้วยกัน คือ

ปัจจัยแรก การวางระบบและโครงสร้าง (Plat Form) ที่ดีจากคนรุ่นก่อนที่ได้วางไว้ โดยเฉพาะจาก “บรรยง พงษ์พานิช” ประธานกรรมการบริษัท ที่ถือว่าเป็นคนวางโครงสร้างการทำงานที่ลงตัวและเป็นแบบเฉพาะให้กับภัทรได้ถึงวันนี้ เพราะแต่ละฝ่ายของบริษัทได้มีการแบ่งงานเป็นสัดส่วน และต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจทำในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานที่ตัวเองรับผิดชอบได้รับมาดำเนินต่อในแบบวิธีการบริหารและจัดการได้เป็นอย่างดี โดยไม่มีการก้าวก่ายอำนาจของแต่ละฝ่าย

อาทิ ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ก็ยังมีความอิสระในการประเมินตามพื้นฐานของบริษัทไปตามข้อเท็จจริง หรือการที่ฝ่ายวิจัยเป็นฝ่ายสนับสนุนการทำวิจัยในสิ่งที่สามารถนำไปเสนอกับลูกค้าได้อย่างตรงไปตรงมา และมีความเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงกับฝ่ายการตลาดที่ต้องออกไปพบลูกค้า

ปัจจัยที่สอง คือ การทำงานเป็นทีม (Team Work) อย่างตอนที่ทำกองทุนโครงสร้างพื้นฐานบีทีเอส ซึ่งเป็นการขายรายได้ค่าโดยสารที่จะได้มาในอนาคต ฉะนั้นจึงต้องสื่อสารไปกับนักลงทุนอย่างดี เช่น ฝ่ายกฎหมายก็มีการช่วยศึกษารายละเอียดข้อมูลเป็นอย่างดี เพราะเป็นเรื่องใหม่และเป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอันแรกของไทยและมีข้อเกี่ยวข้องในเรื่องภาษี หรือต้องติดต่อกับหน่วยงานทางการหลายแห่ง อาทิ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ขณะที่ฝ่ายขายต้องทำหน้าที่ของตัวเองในการขอข้อมูลประสานงานกับลูกค้าเพื่อมั่นใจเพราะต้องให้ความสำคัญในการนำเสนอขายนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายบุคคลรายใหญ่ให้เข้าใจที่สุด พร้อมกับมีการสื่อสารออกไปยังสาธารณชนให้มีความเข้าใจต่อกองทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งแรกให้ได้มากที่สุด

บริษัทหลักทรัพย์ภัทร ที่ปรึกษาทางการเงินยอดเยี่ยม

 

“การทำงานทั้งหมดจริงๆ มีการเชื่อมโยงกันหมดระหว่างโครงสร้างองค์กร ทีมเวิร์ก และระบบการบริหาร เพราะจริงๆ ไม่ใช่มีเพียงทีมงานที่มีแต่สายงานวาณิชธนกิจ แต่ทั้งหมดคือทีมงานทุกฝ่ายของบริษัทที่ได้ทำงานร่วมกัน ประสานงานกัน แต่ขณะเดียวกันก็สามารถคานอำนาจระหว่างกันและต่างก็เป็นอิสระต่อกันด้วย” อนุวัฒน์ กล่าว

ปัจจัยที่สาม คือ ระบบการบริหารจัดการทำงานที่ต้องมีความโปร่งใสในการบริหารลูกค้าทุกขั้นตอน โดยลูกค้าจะได้รับข้อมูลในจุดดีและจุดด้อยอย่างชัดเจน สิ่งที่ภัทรจะต้องให้ความสำคัญมากคือ ต้องมีความโปร่งใสระหว่างผู้ซื้อคือนักลงทุนกับผู้ขายที่เป็นลูกค้าของบริษัทเป็นอย่างดี พร้อมกับการเป็นตัวกลางและรักษาสมดุลให้ได้ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายที่ทำให้ต่างฝ่ายรู้สึกแฮปปี้ในความต้องการของตัวเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่า ที่ผ่านมาการที่ภัทรจะทำธุรกรรมหนึ่งแล้วเสร็จจะมีการเจรจากันอย่างราบเรียบ ไม่มีข่าวหลุดออกไปได้ง่ายระหว่างดำเนินการอยู่

“ตรัยรักษ์” กล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การที่ภัทรมีแนวคิดและมีแนวทางการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพเท่ากับเป็นบริษัทระดับโลกอยู่แล้ว เพราะมีการทำงานเป็นมืออาชีพแบบฝรั่ง (Global Company) และการบริการลูกค้าโดยไม่ได้ทำเอาง่ายเข้าว่า เน้นทำแบบคุณภาพมากกว่า เพราะเชื่อว่าหากจะทำเหมือนขายหมูก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย แต่หากจะทำให้ขายของที่มีคุณภาพไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อคนภัทรปฏิบัติงานในระดับอย่างนี้ตลอดมา ผลที่ตอบรับกลับมาคือความไว้วางใจจากลูกค้าเอง และก็ถือเป็นเรื่องโชคดีมากกว่าที่บริษัทมักได้รับความไว้ใจจากลูกค้าในการทำธุรกรรมมูลค่าสูงๆ จากบริษัทขนาดใหญ่

นอกจากนั้น สิ่งที่มีการถ่ายทอดกันต่อเนื่องกันมาระหว่างรุ่นต่อรุ่น คือการถ่ายทอดงานและให้ความมั่นใจกับคนรุ่นหลัง ซึ่งจะทำให้มีคนรุ่นใหม่เข้ามาผลัดเปลี่ยนกันตลอดเวลา ฉะนั้นถึงเวลาหนึ่งที่คนรุ่นก่อนต้องถอยตัวเองเพื่อให้องค์กรผลัดใบและให้คนรุ่นใหม่เข้ามาแทนที่ บล.ภัทร ก็ยังสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนต่อไปเฉกเช่นปัจจุบันนี้

“สิ่งที่ภัทรได้ทำสานต่อกันมา ไม่ได้บอกว่าเราเก่งที่สุดในวงการ เพียงแต่เราทำอยู่บนหลักการของอุตสาหกรรม บนโครงสร้างขององค์กรที่โชคดีที่คนรุ่นก่อนได้วางไว้อย่างมีแบบแผน และถ่ายทอดมาสู่คนรุ่นหลังตลอด และใช้เวลาสะสมเป็นกว่า 10 ปี จนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในที่สุด นั่นเท่ากับว่าทุกอย่างต้องอาศัยเวลา และคนรุ่นปัจจุบันสามารถรักษาคุณภาพและมาตรฐานให้ได้เท่ากับสิ่งที่คนรุ่นก่อนหน้าได้ทำต่อเนื่องกันมา” ตรัยรักษ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน