
วิสัยทัศนเอ็มดี ตลท.ดันมูลค่าซื้อขายหุ้นสู่แสนล้านปี"63
ในวันที่สองของการดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) “เกศรา มัญชุศรี” ได้ใช้โอกาสนี้แถลงวิสัยทัศน์ ว่า 4 ปีของการทำงาน หรือภายในปี 2563 นับจากนี้ จะสร้างรากฐานให้มูลค่าการซื้อขายตลาดทุนไทย ให้ขยับขึ้นไปที่ระดับเฉลี่ย 1 แสนล้านบาท/วัน
ในวันที่สองของการดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) “เกศรา มัญชุศรี” ได้ใช้โอกาสนี้แถลงวิสัยทัศน์ ว่า 4 ปีของการทำงาน หรือภายในปี 2563 นับจากนี้ จะสร้างรากฐานให้มูลค่าการซื้อขายตลาดทุนไทย ให้ขยับขึ้นไปที่ระดับเฉลี่ย 1 แสนล้านบาท/วัน
เทียบ 4 ปีของวาระการทำงานของอดีตผู้จัดการคนก่อน “จรัมพร โชติกเสถียร” ได้สร้างฐานมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้น ให้ขยับขึ้นในช่วงเฉลี่ย 34 หมื่นล้านบาท/วัน จากก่อนหน้านี้เฉลี่ยในช่วง 1.82 หมื่นล้านบาท
ขณะที่จำนวนสัญญาซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) หรือ TFEX จะให้ขึ้นระดับ 1 แสนสัญญา นับจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2557 เพื่อให้เริ่มปี 2558 จะต้องมีจำนวนสัญญาซื้อขายระดับ 1 แสนสัญญาเป็นต้นไป
สำหรับเป้าหมายในปี 2557 ในด้านของจำนวนมูลค่าตลาด (มาร์เก็ตแคป) จากหุ้นเข้าใหม่ 2.1 แสนล้านบาท ขณะนี้ทำได้แล้ว 9.1 หมื่นล้านบาท แผนขยายฐานผู้ลงทุนปีนี้ ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มอีก 8 หมื่นราย ซึ่งขณะนี้ยังคงเป้าหมายที่ระดับนี้
นับเป็นเป้าหมายที่สามารถจับต้องได้ของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนที่ 12
ขณะเดียวกัน ยังมีเป้าหมายในใจที่ต้องการจะผลักดัน คือ จะทำอย่างไรให้ ตลท.ก้าวไปสู่ระดับมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการที่มีความหลากหลาย กฎระเบียบต่างๆ การพยายามทำให้สำนักหักบัญชีได้มาตรฐานสากล
“หนึ่งในเหตุผลที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องการผลักดันให้ตลาดทุนไทยก้าวไปสู่ระดับสากลนั้น เพราะขณะนี้สินค้าและบริการของเราก็คือ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศมากขึ้น จนปัจจุบันนี้ 40% ของ บจ.มาจากต่างประเทศ และมีแนวโน้มจะเพิ่มสัดส่วนมากขึ้นเรื่อยๆ และโดยเฉพาะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยและตลาดทุนไทยเป็นแหล่งในการระดมทุน” ผู้จัดการ ตลท. กล่าว
สำหรับแนวทางในอันที่จะพัฒนาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ก้าวสู่เวทีสากลนั้น ตลท.จะมุ่งเน้น 3 ด้าน คือ ต่อยอด สร้างใหม่ และขยายฐาน
“เกศรา” ได้อธิบายเพิ่มเติม โดยเริ่มจาก “ต่อยอด” ว่า ตลท.จะใช้จุดแข็งในการต่อยอด โดยจุดแข็งของตลาดหลักทรัพย์ คือ การมีสินค้าที่ดี หรือ การเพิ่มจำนวน บจ. จะช่วยเพิ่มมาร์เก็ตแคปให้ใหญ่ขึ้น เพราะทุกวันนี้ตลาดหุ้นไทยน่าจะเป็นอันดับ 1 ในหลายต่อหลายเรื่อง ขาดเพียงมาร์เก็ตแคปเท่านั้น ยังไม่สามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ได้
นอกจากจะเพิ่มจำนวนสินค้าแล้ว ตลท.จะเพิ่มความหลากหลายให้มีหุ้นและอนุพันธ์ทุกประเภทใหม่ๆ ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดทุนอย่างเต็มที่ และผู้ลงทุนมีทางเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการลงทุน
ขณะเดียวกัน จะสนับสนุนภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้ระดมทุนผ่านตลาดหุ้นไทยได้ เพราะธุรกิจกลุ่มนี้มีจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ยังขาดเงินทุนในการขยายธุรกิจ โดยอาจจะปรับเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ให้เหมาะสมกับธุรกิจในกลุ่มเอสเอ็มอี ด้วยการจัดกระดานหุ้นเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ
“เกศรา” กล่าวถึงแผนงานด้านที่ 2 คือ “สร้างใหม่” ด้วยการมุ่งสร้างสินค้าและบริการประเภทใหม่ๆ ให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมทุกฟังก์ชั่น ทั้งงานที่บริการแก่ลูกค้าและงานบริการหลังการซื้อขายที่เป็นมาตรฐานระดับตลาดชั้นนำ ด้านสินค้าจะมีเครื่องมือการลงทุนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์และตราสารหนี้ ซึ่งสินค้าเหล่านี้มีการจัดตั้งตลาดและซื้อขายอย่างกว้างขวางในต่างประเทศ แต่ตลาดหลักทรัพย์ไทยในปัจจุบันยังเน้นเพียงตราสารทุนและตราสารอนุพันธ์เท่านั้น จึงนับเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ
นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มบริการหลังการซื้อขาย (Post Trade) ให้ครอบคลุมการบริการให้กับตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน
สำหรับงานด้านที่ 3 คือ “ขยายฐาน” นั่นคือการขยายฐานผู้ลงทุน นับเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญ ตลาดหลักทรัพย์จะเดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนให้กับผู้ลงทุนและประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นกลุ่มที่เริ่มชีวิตการทำงาน ว่าการลงทุนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่จะต้องทำความรู้จักตั้งแต่วันนี้ และยิ่งเริ่มเร็วจะยิ่งได้รับประโยชน์จากการลงทุน เนื่องจากวัยเริ่มทำงานจะมีระยะเวลาในการลงทุนนานก่อนจะถึงวัยเกษียณ จึงสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว และสร้างให้เกิดอิสรภาพทางการเงิน
ท้ายที่สุดจะส่งผลดีต่อประเทศ เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) การที่ประชาชนเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่วัยเกษียณจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
“เกศรา” กล่าวว่า การดำเนินงานตามแผนทั้ง 3 ด้าน จะเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการเข้ารับตำแหน่งในช่วงที่ประเทศมีการเปลี่ยนแปลง นับเป็นความท้าทายในการทำงาน และคงจะมีการชี้แจงกับผู้ลงทุนต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะโดยปกติ ตลท.จะร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่างประเทศ 7 ครั้งด้วยกัน โดยในครึ่งแรกของปี 3 ครั้ง และครึ่งหลังของปีอีก 4 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และออสเตรเลีย เป็นต้น
ข้อมูลในการโรดโชว์จะแสดงให้เห็นศักยภาพของ บจ.ไทยว่ามีความแข็งแกร่ง สามารถสร้างการเติบโตสูงกว่าการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ในภาวะที่ผู้ลงทุนกังวลกับปัญหาการเมืองไทยจะกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศไทย







