posttoday
ธุรกิจแห่ใช้สิทธิเอฟทีเอส่งออกสินค้าทั่วโลก

ธุรกิจแห่ใช้สิทธิเอฟทีเอส่งออกสินค้าทั่วโลก

30 พฤษภาคม 2557

ความพร้อมของบุคลากรเมื่อเข้าสู่ AEC เป็นเรื่องที่มีการพูดถึงค่อนข้างมาก แต่ละประเทศสมาชิกควรแก้ไขกฎระเบียบภายใน เพื่อส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างเสรีขึ้น

ความพร้อมของบุคลากรเมื่อเข้าสู่ AEC เป็นเรื่องที่มีการพูดถึงค่อนข้างมาก แต่ละประเทศสมาชิกควรแก้ไขกฎระเบียบภายใน เพื่อส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือในกลุ่มประเทศอาเซียนอย่างเสรีขึ้น

เรื่องความพร้อมของบุคลากรที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในประเทศไทย คือเรื่องความสามารถด้านภาษา เนื่องจากไทยไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักเหมือนประเทศสมาชิก อย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งทั้งภาครัฐและเอกชนมีความตื่นตัวกันมากว่า หากกิจการไทยจะไปรุกในตลาดอาเซียนหรือนอกอาเซียน จะส่งพนักงานคนไทยไปสื่อสารที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษก็อาจทำให้เป็นอุปสรรคได้ ดังนั้นจึงหันไปจ้างคนจากประเทศสมาชิกที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักแทน

ในทางกลับกัน หากเข้าสู่ AEC มีการเปิดกว้างเรื่องวิชาชีพที่เดิมสงวนไว้เฉพาะคนไทย ต่อไปคนจากประเทศสมาชิกสามารถเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ เช่น วิชาชีพบัญชี พยาบาล ก็อาจจะทำให้มีบุคลากรต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้นด้วยภาษาอังกฤษที่ดีกว่า จากอุปสรรคด้านภาษาก็เป็นห่วงกันว่าต่อไปคนต่างชาติจะเข้ามาแย่งงานจากคนไทยหรือไม่

แต่ถ้ามองในแง่ธุรกิจ ผู้เขียนมีความเห็นว่าความสามารถของบุคลากรในการทำงาน รวมถึงประสบการณ์การทำงานน่าจะเป็นเรื่องที่กิจการต้องให้ความสนใจเป็นเรื่องต้นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC กิจการจะต้องวางแผนในระยะยาวที่จะสร้างและพัฒนาบุคลากรของตนเอง ในขณะที่การจ้างชาวต่างชาติอาจจะเป็นได้แค่ระยะหนึ่งก็ต้องมีการสับเปลี่ยน หลายบริษัทขนาดใหญ่ของไทยเริ่มเตรียมความพร้อมพนักงาน มีการส่งออกพนักงานออกไปประจำในประเทศต่างๆ มากขึ้น

เมื่อส่งคนออกไปทำงานต่างประเทศ คำถามแรกๆ ที่พนักงานสนใจหนีไม่พ้นเรื่องภาษี คำถามท็อปฮิตคือไปแล้วจะเสียภาษีที่ประเทศนั้นอย่างไร และยังต้องเสียภาษีไทยหรือไม่ แล้วภาษีจะมากหรือน้อยกว่าเดิม แน่นอนว่าพนักงานจะต้องอยากรู้ว่าถ้าต้องไปทำงานต่างประเทศแล้วจะเหลือเงินสุทธิหลังหักภาษีเท่าไร เปรียบเทียบกับกรณีทำงานในประเทศไทย บางครั้งไปทำงานต่างประเทศดูเหมือนจะได้เงินมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบด้วยคือค่าครองชีพและภาษี

ในส่วนของภาษี นโยบายที่บริษัทข้ามชาติมักนำมาใช้มีอยู่ 2 วิธี โดยวิธีแรกเรียกว่า Tax protection policy หลักการคือพนักงานจะได้เงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในการไปทำงานต่างประเทศ เช่น ค่าเช่าบ้าน และภาษีที่ต้องเสียในต่างประเทศแล้วในจำนวนคงเดิม หรืออาจมากกว่าเมื่อทำงานในไทย

เช่น พนักงานไปทำงานที่สิงคโปร์ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามา เช่น ค่าเช่าบ้าน แต่เนื่องจากภาษีสิงคโปร์ถูกกว่าภาษีไทย พนักงานก็จะมีเงินได้สุทธิหลังหักภาษีสิงคโปร์มากกว่าตอนทำงานในประเทศไทย ส่วนที่ได้เพิ่มมาก็ถือว่าพนักงานได้ไป แต่ถ้าหากไปทำงานในประเทศที่ภาษีสูงกว่าภาษีไทย บริษัทก็จะชดเชยในภาษีส่วนต่างให้

อีกวิธีหนึ่งเรียกว่า Tax equalization policy วิธีนี้ตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าพนักงานจะไม่มีภาระภาษีเพิ่ม หรือได้ประโยชน์จากภาษีจากการไปทำงานในต่างประเทศ กล่าวคือหากใช้วิธีนี้ถ้าภาษีในต่างประเทศสูงกว่าภาษีไทย นายจ้างจะรับผิดชอบภาษีส่วนต่างระหว่างภาษีไทยกับภาษีในต่างประเทศ พนักงานจะมีเงินได้สุทธิที่เท่าเดิมเช่นเดียวกับวิธีแรก ที่แตกต่างจากวิธีแรกคือหากภาษีไทยสูงกว่าภาษีที่ต้องเสียในต่างประเทศ เงินได้สุทธิที่ได้เพิ่มมาจากการเสียภาษีน้อยกว่าเมื่อทำงานในประเทศไทยจะต้องคืนบริษัท หรือพูดง่ายๆ คือต้องถูกลดเงินได้ลงด้วยภาษีส่วนต่างนั่นเอง พนักงานจะไม่ได้ประโยชน์ใดๆ จากภาษีที่แตกต่างกัน

จากประสบการณ์ของผู้เขียน วิธีที่สองเป็นวิธีที่มักนำมาใช้กรณีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย ด้วยเหตุนี้การจะส่งพนักงานคนไทยไปทำงานต่างประเทศ หรือรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย นโยบายภาษีจึงเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการที่กิจการนำเสนอเพื่อชักจูงให้พนักงานไปทำงานต่างประเทศ

โดยทั่วไปก็จะตกลงก่อนว่าพนักงานควรจะมีเงินได้สุทธิหลังหักภาษีกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเข้ามา (คือหากทำงานในประเทศของตน พนักงานไม่มีค่าใช้จ่ายตัวนี้ หรืออาจจ่ายในอัตราที่ต่ำกว่า เช่น ค่าเช่าบ้าน) เทียบเคียงกับเงินได้สุทธิที่พนักงานได้กรณีทำงานในประเทศของตน จากนั้นจึงคำนวณหาว่าเงินได้ก่อนหักภาษี (Gross income) ว่าควรเป็นเท่าไร

ด้วยวิธีนี้กิจการจึงจำเป็นต้องรู้ว่าบุคคลจะต้องเสียภาษีเท่าไรในต่างประเทศ ตั้งแต่เริ่มเตรียมการส่งออกพนักงานกันทีเดียว ในประเทศอาเซียนอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยส่วนใหญ่จะเป็นขั้นบันไดคือกำหนดอัตราตามระดับรายได้

ในตอนหน้าผู้เขียนจะเขียนถึงหลักการที่ใช้ในการเสียภาษีของบุคคล ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เสียภาษีทั้งสองประเทศได้

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่