
บลจ.แลนด์รอจังหวะซื้อหุ้น
กองทุนกอดเงินสด60%ก่อนรัฐประหารมองเศรษฐกิจดูดีหลังชาวนาได้เงิน
กองทุนกอดเงินสด60%ก่อนรัฐประหารมองเศรษฐกิจดูดีหลังชาวนาได้เงิน
บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ รอจังหวะเก็บหุ้น หลังกองหุ้นกอดเงินสด 5060% ก่อนเกิดรัฐประหาร
นางจันทนา กาญจนาคม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า กองทุนหุ้นของบริษัทได้ทยอยลดสัดส่วนการถือครองหุ้นมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนที่จะมีการประกาศกฎอัยการศึก โดยถือเงินสดประมาณ 5060% ของพอร์ต ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากมองบรรยากาศการลงทุนไม่ดีและเกิดความไม่แน่นอนในการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของปัจจัยพื้นฐานตลาดไม่ได้ไม่ดี พื้นฐานหุ้นยังดี บริษัทจดทะเบียนมีกำไร เพียงแต่บรรยากาศหรือเซนทิเมนต์ของตลาดเสีย เกิดการแกว่งตัว ตลาดการลงทุนเปราะบางต่อเนื่องจากข่าวสารต่างๆ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติบางกลุ่มก็ต้องขายหุ้นออก เพราะติดเกณฑ์ลงทุนประเทศที่ประกาศกฎอัยการศึกไม่ได้
“กองทุนจึงขายหุ้นเพื่อรับรู้กำไรจากการลงทุนไว้ก่อน และรอโอกาสในการเข้าลงทุนใหม่ในหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม ส่วนจะเป็นช่วงไหนขึ้นกับจังหวะและภาพรวมตลาด” นางจันทนา กล่าว
นอกจากนี้ จากการพูดคุยกับนักลงทุนต่างชาติ พบว่า นักลงทุนต่างชาติไม่ได้มองปัจจัยการเมืองเป็นปัจจัยหลัก และสำคัญที่สุดในการตัดสินใจลงทุน แต่มองเป็นปัจจัยหนึ่งในการประกอบการพิจารณาเท่านั้น
นางจันทนา กล่าวว่า สำหรับมุมมองของบริษัทมองว่าการลงทุนที่น่าสนใจคือช่วงหุ้นขึ้น ไม่ใช่หุ้นลง และหากการฟื้นตัวของตลาดกลับมาเป็นภาพแบบ V Shape ก็น่าลงทุน แต่ยังห่วงพัฒนาการในประเทศ ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวเป็น U Shape ดังนั้น การถือเงินสดไว้ก็เป็นโอกาสในการเลือกซื้อหุ้น อีกทั้งการถือเงินสดเพิ่มขึ้นในกองทุนหุ้นก็สามารถนำไปลงทุนระยะสั้น เพื่อเพิ่มผลตอบแทนได้ดีกว่าถือเงินไว้
สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันมองว่า การที่ชาวนาได้เงินจากโครงการจำนำข้าวจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และดึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้และจากเดิมที่มองว่าเศรษฐกิจในปีนี้อาจไม่เติบโต ก็อาจมีภาพที่ดีขึ้นและหากภาพชัดเจนขึ้นก็น่าจะดึงเงินลงทุนกลับมาได้เร็ว จากปัจจุบันเม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าหุ้นไทยน้อยเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ
นางจันทนา กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วงนี้ต่างจากช่วงที่เกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ซึ่งตอนนี้บริษัทจดทะเบียนฐานะอ่อนแอ กู้เงินต่างประเทศค่อนข้างมาก แต่ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนฐานะการเงินแข็งแกร่งและยังมีกำไรที่ดี ขณะที่เศรษฐกิจต่างประเทศก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ
สำหรับการลงทุนในช่วงนี้ แนะนำนักลงทุนให้กระจายการลงทุนดีกว่าการทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดในสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่ง
“เรามองแนวโน้มตลาดหุ้นอาจแกว่งตัว 2 ระดับ โดยแนวรับแรกอยู่ที่ 1,380-1,417 จุด และแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,350 จุด หากลงสู่ระดับนี้น่าสนใจลงทุนเพราะปัจจัยพื้นฐานรับอยู่ และยังกังวลว่าระดับดังกล่าวอาจลงไม่ถึงหากพัฒนาการทางการเมืองดีขึ้นตามลำดับ” กรรมการผู้จัดการ กล่าว
ด้านกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ คือ กลุ่มที่ได้ผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกลุ่มพาณิชย์







