
พม่าชงตั้งSMEอาเซียนฟันด์
เต็งเส่งหวังดันเป็นพิมพ์เขียวเออีซีเชื่อช่วยพัฒนาศก.ประเทศได้เยอะ
เต็งเส่งหวังดันเป็นพิมพ์เขียวเออีซีเชื่อช่วยพัฒนาศก.ประเทศได้เยอะ
พม่าลั่นมุ่งพัฒนารายย่อยหวังพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ แนะอาเซียนตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี
หนังสือพิมพ์เมียนมาร์ไทมส์ รายงานว่า ประธานาธิบดี เต็งเส่ง ของพม่าได้ขึ้นกล่าวในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กรุงเนย์ปิดอว์ เมื่อต้นเดือน พ.ค.ว่าพม่าจะส่งเสริมการพัฒนาภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจมาก พร้อมกันนี้ยังได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีอาเซียน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพิมพ์เขียวในการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อีกด้วย
ประธานาธิบดีของพม่า กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีภาคธุรกิจเพียงไม่กี่ส่วนที่จะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวพม่าโดยตรง ทว่า เมื่อมองไปยังกลุ่มธุรกิจรายย่อยต่างๆ แล้ว ก็จะพบว่าภาคธุรกิจในส่วนนี้มีส่วนครอบคลุมและส่งผลต่อวิถีชีวิตประชาชนในประเทศอย่างกว้างขวาง
ดังนั้น ในฐานะที่พม่าเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ จึงเป็นโอกาสดีในการผลักดันวาระการพัฒนาภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในภูมิภาค ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สำคัญต่อทุกประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียน เนื่องจากธุรกิจรายย่อยคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 96% ของผู้ประกอบการธุรกิจทั้งภูมิภาค อีกทั้งยังคิดเป็นสัดส่วนในตลาดการจ้างงานมากถึง 5080% ของตลาดแรงงานในแต่ละประเทศอีกด้วย
ขณะที่ ไหล่ไหล่เต็ง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติของพม่า ระบุว่า ทางกระทรวงกำลังเตรียมแผนการส่งเสริมภาคธุรกิจเอกชนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศ
ทั้งนี้ สอดรับกับท่าทีของ อู่ทันตุนรองอธิบดีจากกระทรวงการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติของพม่าที่กล่าวว่า ถึงแม้การควบคุมดูแลภาคธุรกิจเอสเอ็มอีให้ทั่วถึงจะเป็นเรื่องยาก แต่ทางกระทรวงก็กำลังเตรียมวางแผนการสำรวจและปรับปรุงฐานข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจรายย่อยสามารถทำได้และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านกลุ่มตัวแทนภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในพม่า เปิดเผยกับสื่อชื่อดังของพม่าว่า อุปสรรคสำคัญของธุรกิจรายย่อยที่กำลังเผชิญอยู่คือข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยปัจจุบันมีเพียงแหล่งเงินกู้เดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้คือธนาคารของรัฐ จนทำให้ธนาคารไม่มีเงินมากพอที่จะปล่อยเงินกู้ให้ได้







