posttoday
“แฟลร์ วินด์ชิลด์” เปลี่ยนความหลงไหลให้เป็นเงิน

“แฟลร์ วินด์ชิลด์” เปลี่ยนความหลงไหลให้เป็นเงิน

28 พฤษภาคม 2557

โดย...ชาลินี ลงกานี

โดย...ชาลินี ลงกานี

สำหรับบรรดาเหล่าสิงห์นักบิด การได้ออกมาปลดปล่อยขี่มอเตอร์ไซค์ท้าลมเย็นๆ ปะทะใบหน้าเป็นความเพลิดเพลินที่ยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบได้ ทว่าความปลอดภัยนั้นก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ดังเช่น ครอบครัวคล๊อค ผู้หลงใหลในการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ จนได้เปิดร้านขายอะไหล่เล็กๆ ชื่อ “คล๊อค เวิร์ค” ในปี 1997 ในตอนแรกพวกเขาให้บริการปรับแต่งรถ จนในปี 2004 ก็เริ่มขายชิ้นส่วนที่ออกแบบกันเอง

“ในช่วงแรกพวกเราขายให้เพื่อนๆ ได้เท่านั้น และต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อจำนวนมหาศาล ผมขี่จากชิคาโกไปแคลิฟอร์เนียเพื่อทดลองท่อไอเสียและชิ้นส่วนอื่นๆ เป็นวิธีเรียกให้นักข่าวมาสนใจและช่วยให้ร้านเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น” ไบรอัน คล๊อค ผู้เป็นสามีกล่าวถึงความยากลำบากในช่วงแรกของธุรกิจ

แต่ธุรกิจของพวกเขาต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อวันหนึ่งขณะขี่รถเที่ยวงานบอนน์วิลล์ มอเตอร์ไซค์ สปีด ไทรอัลส์ ในปี 2006 ลอรา คล๊อค ภรรยาของไบรอัน ค้นพบปัญหาว่ารถฮาร์เลย์ เดวิดสันของเธอส่ายโคลงเคลงขณะขี่ด้วยความเร็ว 125 ไมล์ต่อชั่วโมง และปัญหานี้เองก็จุดประกายให้ไบรอันคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งช่วยทำให้ร้านคล๊อค เวิร์ค เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

“ผมลองยื่นมือออกไปนอกกระจกบังลม แล้วก็คิดได้ว่าเราน่าจะมีวิธีปรับองศาของกระจก เพื่อจะได้ลดแรงกดจากอากาศ” ไบรอัน กล่าวระหว่างขี่กลับบ้าน เนื่องจากการขี่มอเตอร์ไซค์ต้านลมจะก่อให้เกิดแรงต้านมหาศาล ทำให้รถส่ายจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้ จากจุดดังกล่าวไบรอันจึงได้นำเอาวัสดุที่มีในร้านมาพัฒนาจนได้ “แฟลร์ วินด์ชิลด์” กระจกบังลมแบบโค้ง ซึ่งสามารถช่วยลดแรงต้านของอากาศ เพื่อให้รถมีความมั่นคงมากขึ้น โดยคล๊อคได้เลือกวัสดุที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้านั่นก็คือ โพลีคาร์บอเนต พลาสติกที่มีความเหนียวมากกว่าชนิดอื่นและทนต่อแรงกระแทกได้สูง

หลังจากใช้เวลาหนึ่งปีในการพัฒนาสินค้าจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คล๊อคได้นำผลิตภัณฑ์นี้ไปเสนอให้กับผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่ ซึ่งคาดไว้ว่า “แฟลร์ วินด์ชิลด์” คงมียอดขายเพียง 500 ชิ้นต่อปี แต่ไบรอันลบคำสบประมาทนี้ด้วยการบอกว่าจะขายให้ได้ถึง 2 หมื่นชิ้นต่อปี และคล๊อคก็ประสบความสำเร็จ เพราะตั้งแต่ปี 2008 แฟลร์ วินด์ชิลด์ ก็มียอดขายไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นชิ้นสักปีเดียว

ทั้งนี้ ไบรอัน ระบุว่า ปัจจุบันยอดขายเพิ่มขึ้น 650% ตั้งแต่ปี 2006 และแม้แต่ครั้งล่าสุดที่เศรษฐกิจตกต่ำก็ยังขายได้กว่า 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยแฟลร์ วินด์ชิลด์ เป็นสินค้าที่ทำยอดขายได้มากที่สุด โดยลอราผู้เป็นคนดูแลเรื่องการตลาดของกิจการกล่าวเสริมว่า “ปรัชญาในการทำธุรกิจของเราคือ การซื้อใจลูกค้า โดยทางเราจึงกล้ารับประกันให้ลองก่อนซื้อ”

นอกจากนี้ ตระกูลคล๊อคยังต้องการช่วยเหลือการจ้างงานภายในประเทศด้วยการผลิตสินค้าทุกอย่างในสหรัฐ ไบรอัน ย้ำว่า “สินค้าทุกตัวของร้านคล๊อค เวิร์ค จะต้องผลิตในสหรัฐและจะต้องคงเป็นแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ แม้สินค้าของผมจะวางจำหน่ายไปทั่วโลก แต่ผมก็อยากให้การผลิตอยู่ในบ้านเกิด เพื่อช่วยสานฝันใครสักคนให้เป็นจริง”

แม้ว่าแฟลร์ วินด์ชิลด์ จะทำให้คล๊อค เวิร์ค กลายเป็นร้านขายอะไหล่ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ครอบครัวคล๊อคยังคงหาเวลาว่างขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจออกตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงเข้าร่วมการแข่งขันประลองความเร็วที่ทั้งครอบครัวรักเป็นชีวิตจิตใจ แม้แต่ลูกสาวเอริกาวัย 23 และคาร์ลีวัย 20 ก็ถือครองสถิติหลายรายการ ยิ่งไปกว่านั้น การขี่ไปงานต่างๆ ก็ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง เพราะเป็นการสานสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง และคล๊อคจะลงมือปรับแต่งรถให้เพื่อนนักบิดเองกับมือ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน