
กางแปลน "คสช." ลงทุนแสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจ
ในขณะที่ภารกิจเร่งด่วนภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ การฟื้นฟูกลไกเศรษฐกิจให้กลับมาขับเคลื่อนเหมือนเดิม หลังเผชิญภาวะสุญญากาศมา 6 เดือนเต็ม แต่ดูเหมือนว่า คสช.ได้ให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไม่แพ้กัน
ในขณะที่ภารกิจเร่งด่วนภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ การฟื้นฟูกลไกเศรษฐกิจให้กลับมาขับเคลื่อนเหมือนเดิม หลังเผชิญภาวะสุญญากาศมา 6 เดือนเต็ม แต่ดูเหมือนว่า คสช.ได้ให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไม่แพ้กัน
“นโยบายเร่งด่วนของ คสช. คือ เร่งรัดจ่ายเงินค่าข้าวที่ค้างอยู่ 9.2 หมื่นล้านบาท การเร่งรัดเบิกจ่ายงบปี 2557 ส่วนการจัดทำงบปี 2558 นั้น จะจัดงบประมาณไม่มาก และไม่มีผลผูกพันยาว ซึ่งงบลงทุนใหญ่ๆ จะเน้นไปที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวในการมอบนโยบายให้ข้าราชการระดับสูงและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ
ทว่า หากโฟกัสไปที่โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ คสช.ให้ความสำคัญ คือ การลงทุนรถไฟทางคู่ ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมได้เสนอแผนลงทุนรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท
ประกอบด้วย 1.สายมาบกะเบาชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร 2.99 หมื่นล้านบาท 2.สายนครปฐมหนองปลาดุกหัวหิน ระยะทาง 165 กิโลเมตร 2.01 หมื่นล้านบาท 3.สายลพบุรีปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กิโลเมตร 2.49 หมื่นล้านบาท 4.สายนครราชสีมาขอนแก่น ระยะทาง 185 กิโลเมตร 2.61 หมื่นล้านบาท และ 5.สายประจวบคีรีขันธ์ชุมพร ระยะทาง 167 กิโลเมตร 1.74 หมื่นล้านบาท
“เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย และเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เราเตรียมแผนลงทุนที่จำเป็นเสร็จแล้ว เช่น รถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนจัดทำวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)” สมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าว
ขณะที่แหล่งเงินลงทุนโครงการรถไฟทางคู่ คาดว่าน่าจะถูกบรรจุไว้ในงบประมาณปี 2558 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำแน่นอน แม้ว่างบปี 2558 คาดว่าจะมีงบลงทุนอยู่ที่ระดับไม่เกิน 4.4 แสนล้านบาท
“จากการหารือ 4 หน่วยงานเพื่อทำงบปี 2558 เบื้องต้นจะตั้งงบรายจ่ายไว้ที่ 2.6 ล้านล้านบาท รายรับ 2.4 แสนล้านบาท แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือ งบปี 2558 จะมีสัดส่วนงบลงทุนเพียง 16% คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนใกล้เคียงกับงบลงทุนปีงบ 2557 ที่มีวงเงินอยู่ที่ 4.4 แสนล้านบาท เพราะถูกรายจ่ายประจำเบียดบังไปพอสมควร แต่ก็ยังมีเพียงพอที่จะลงทุนโครงการรถไฟทางคู่ในระยะแรก” สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ย้ำ
แต่กระนั้นการขับเคลื่อนการลงทุนตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2557 ต่อจนถึงปี 2558 ยังมีโครงการที่ค้างท่อรอลงทุนอีกหลายแสนล้านบาท เช่น การลงทุนสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ที่ล่าสุดบอร์ดท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้อนุมัติว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินโครงการในวงเงิน 6.5 หมื่นล้านบาท และการลงทุนรถไฟฟ้าที่ค้างอยู่ 45 เส้นทาง เป็นต้น
นอกจากนี้ การที่ คสช.มีแนวคิดสร้างถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะช่วยป้องกันอุทกภัยในเขตอุตสาหกรรมภาคกลางแล้ว ยังมีส่วนในการส่งเม็ดเงินเข้ากระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า ก่อนหน้านี้ สบน.ลงนามเปิดวงเงินกู้กับธนาคาร 4 แห่ง เพื่อใช้ในการลงทุนระบบน้ำตาม พ.ร.ก.กู้เงินลงทุนน้ำ 3 แสนล้านบาท หาก คสช.ต้องการใช้ปรับเงินกู้ก้อนนี้ไปลงทุนแผนน้ำตามที่ คสช.เสนอได้ ขณะที่การเบิกเงินกู้กำหนดไว้เบิกจ่ายได้ภายใน 5 ปี หรือตั้งแต่ปี 2557-2561
จึงเท่ากับว่านาทีนี้ คสช.แทบไม่มีอุปสรรคใดๆ ในการหาแหล่งเงินมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระบบราง และลงทุนระบบน้ำ
แต่ทว่าโจทย์ใหญ่ที่ คสช.ต้องให้ความสำคัญมากกว่านั้น คือ ทำอย่างไรไม่ให้ถูกข้อครหาเหมือนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกโจมตีอย่างหนักว่าบริหารราชการโดยปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น กินหัวคิวโครงการ 30-50% จนนำไปสู่วิกฤตศรัทธา
ที่สำคัญ คสช.ยังมีภารกิจที่สำคัญยิ่ง คือ การจัดการผลพวงประชานิยมที่หยั่งรากลึก จนทำให้คนกลุ่มใหญ่ง่อยเปลี้ย ตลอดจนชุดความคิดที่ “โกงไม่เป็นไร แต่ขอให้มีผลงาน หรือตัวเองได้ด้วย”







