posttoday
โรบินสันลุยลงทุน5.5พันล.

โรบินสันลุยลงทุน5.5พันล.

27 พฤษภาคม 2557

เคอร์ฟิวยังประเมินผลกระทบไม่ถูกยอดขายไตรมาส2ทรงตัวไปลุ้นครึ่งปีหลัง

เคอร์ฟิวยังประเมินผลกระทบไม่ถูกยอดขายไตรมาส2ทรงตัวไปลุ้นครึ่งปีหลัง

ธุรกิจค้าปลีกมึนเคอร์ฟิว โรบินสันแจงยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน คาดกำลังซื้อไตรมาส 2 ทรงตัว

น.ส.จิราพรรณ ทองตัน ผู้อำนวยการกองบริหารการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าบริษัทได้รับผลกระทบอย่างไรหลังสถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และปิดห้างสรรพสินค้าในเวลา 20.00 น. ตามการประกาศเคอร์ฟิวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากเวลายังผ่านมาไม่นาน

ทั้งนี้ คาดว่าไตรมาส 2 กำลังซื้อยังอยู่ในระดับที่ทรงตัวจากไตรมาส 1 อยู่ โดยไตรมาส 1 บริษัทได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องจากปลายปีก่อน และการเติบโตของรายได้จากสาขาเดิมลดลง 3.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากรวมสาขาใหม่ด้วยจะลดลง 5.8%

อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้ไว้ที่ 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 2.43 หมื่นล้านบาท โดยประเมินว่าความเชื่อมั่นและอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคน่าจะทยอยกลับมาดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากสถานการณ์การเมืองขณะนี้เริ่มเข้าสู่ความคลี่คลาย และยังมีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ก็จะทำให้เป็นปัจจัยเสริมกระตุ้นบรรยากาศการใช้จ่าย ซึ่งบริษัทก็จะมีการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ให้เข้ากับเทศกาลดังกล่าวด้วย

น.ส.จิราพรรณ กล่าวต่อว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายจะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) อีก 0.2% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 24.3% โดยจะบริหารด้านการจัดซื้อและนำเสนอสินค้าโดยการหาสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงและเป็นที่นิยม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทแฟชั่นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งนี้ ไตรมาส 1 ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แต่บริษัทมีผลงานที่ดี อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน 8.7% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.1% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 23.7%

ส่วนหนึ่งอาจมาจากปีนี้บริษัทไม่มีต้นทุนจากการทำโปรโมชั่นลดราคาเพื่อปิดสาขารัชดาฯ เหมือนปีก่อน อีกทั้งยังมีรายได้จากพื้นที่ค่าเช่ามากขึ้นจากการขยายสาขา แต่ที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ลดการทำการตลาดในสินค้าที่ไม่จำเป็นออกไปและเลือกทำการตลาดเฉพาะสินค้าที่ผู้บริโภคมีความต้องการเท่านั้น เพื่อสามารถเพิ่มยอดขายได้ รวมถึงพยายามเพิ่มสัดส่วนสินค้าภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง (เฮาส์แบรนด์) เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น

สำหรับแผนงานการลงทุนปีนี้ บริษัทยังคงแผนงานเดิมทุกอย่างที่มีการเปิดสาขาใหม่ทั้งหมด 7 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศ 5 แห่ง โดยจะเปิดในไตรมาส 3 คือ จ.ร้อยเอ็ด ฉะเชิงเทรา และไตรมาส 4 จ.ปราจีนบุรี สมุทรปราการ และ มุกดาหาร ขณะที่ต่างประเทศเปิด 2 แห่ง โดยเปิดไปแล้วที่ ฮานอย ประเทศเวียดนาม ในเดือน เม.ย. และไตรมาส 4 นี้จะเปิดที่โฮจิมินห์

“ปีนี้ตั้งงบการลงทุนที่สูงสุด 5,500 ล้านบาท ในการเปิด 7 สาขา เนื่องจากมีสาขาสมุทรปราการที่มีการสร้างเป็นไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ที่ใช้เงินลงทุนก่อสร้างสูง โดยสาขาเดียวใช้ถึง 1,700 ล้านบาท จากปกติการก่อสร้างต่อสาขาที่ 900-1,000 ล้านบาท ทำให้ปีนี้บริษัทมีการกู้เงินระยะสั้นจากธนาคารพาณิชย์เพียงบางส่วน หรือประมาณ 20% ของงบลงทุน จากปกติบริษัทจะใช้เงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัทเป็นการก่อสร้างในการขยายสาขา ทั้งนี้ เพราะบริษัทเห็นแล้วว่ากระแสเงินสดตอนสิ้นปีก่อนเหลืออยู่ 2,000 ล้านบาท” น.ส.จิราพรรณ กล่าว

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ มองการประกาศใช้เคอร์ฟิวเป็นปัจจัยลบในระยะสั้นต่อหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) และแนะนำให้ “ถือ” โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 44 บาท เพราะเชื่อว่ายอดขายในช่วง 22.00-05.00 น. ไม่ถึง 10% ของทั้งวัน นอกจากนี้ยังชดเชยได้จากการที่คนหันมาตุนสินค้าจากร้านค้าปลีกใกล้บ้านแทน

“ยอดขายของ CPALL เปลี่ยนแปลง 1% จะกระทบผลประกอบการ 5%” บล.ทิสโก้ ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่