posttoday
ดึงหุ้นส่วนร่วมธุรกิจ

ดึงหุ้นส่วนร่วมธุรกิจ

22 พฤษภาคม 2557

การดำเนินธุรกิจบางครั้งก็เป็นไปได้ยากที่จะจัดการกับทุกอย่างเพียงลำพัง ซึ่งถ้าหากมีหุ้นส่วนหรือคู่ขาคอยช่วยระดมพลังสมองและขยายเครือข่ายให้กับธุรกิจก็อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตได้ แต่นักธุรกิจมือใหม่อาจประสบปัญหากับ “การเลือกประเภทหุ้นส่วน” ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง หรืออาจยังมีข้อสงสัยว่าจำเป็นจะต้องมีหุ้นส่วนหรือไม่ ฉะนั้นแล้วเจ้าของธุรกิจควรจะพิจารณาเกี่ยวกับการเป็นหุ้นส่วนกับผู้อื่นให้ดีเสียก่อน

การดำเนินธุรกิจบางครั้งก็เป็นไปได้ยากที่จะจัดการกับทุกอย่างเพียงลำพัง ซึ่งถ้าหากมีหุ้นส่วนหรือคู่ขาคอยช่วยระดมพลังสมองและขยายเครือข่ายให้กับธุรกิจก็อาจช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตได้ แต่นักธุรกิจมือใหม่อาจประสบปัญหากับ “การเลือกประเภทหุ้นส่วน” ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง หรืออาจยังมีข้อสงสัยว่าจำเป็นจะต้องมีหุ้นส่วนหรือไม่ ฉะนั้นแล้วเจ้าของธุรกิจควรจะพิจารณาเกี่ยวกับการเป็นหุ้นส่วนกับผู้อื่นให้ดีเสียก่อน

ขั้นแรกต้องทำความเข้าใจกับคำจำกัดความของ “พาร์ตเนอร์ชิป” (Partnership) หรือห้างหุ้นส่วนเสียก่อน โดยห้างหุ้นส่วนคือรูปแบบโครงสร้างธุรกิจที่ประกอบด้วยหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และยังแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ซึ่งถือว่าหุ้นส่วนทุกคนเป็นบุคคลเดียวกับกิจการ ดังนั้นในทางกฎหมายหุ้นส่วนทั้งหมดจะต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อหนี้สิน

หุ้นส่วนอีกประเภท คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด โดย เดวิด แบลค นักกฎหมายจากบริษัท เบอร์เจอร์ ซิงเกอร์แมน บริษัทที่ดูแลเรื่องกฎหมายธุรกิจ กล่าวว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นประกอบไปด้วยหุ้นส่วนสามัญ 1 ราย และหุ้นส่วนจำกัดอีกกี่รายก็ได้ ทว่าเมื่อเกิดปัญหาหนี้สิน ผู้ร่วมลงทุนจะสูญเสียเฉพาะเงินที่ลงทุน ซึ่งต่างจากหุ้นส่วนสามัญอาจต้อง “ควักเนื้อ” สูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวหากเกิดหนี้

ขณะเดียวกัน ไบรอัน เบิร์ท หุ้นส่วนของสเนลล์และวิลเมอร์ บริษัททางกฎหมายชั้นนำ อธิบายเสริมอีกว่า การทำกิจการแบบห้างหุ้นส่วนจำกัดทำให้การบริหารจัดการและการตัดสินใจมีข้อจำกัด จึงนิยมใช้ในธุรกิจที่มีผู้ร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะเหมาะกับการจดทะเบียนเป็นประเภทห้างหุ้นส่วน โดย เมลานี จี รูบอคคี ประธานร่วมของเพอร์กินส์ คอยน์ บริษัทให้คำปรึกษาทางกฎหมาย ระบุว่า เมื่อเริ่มลงมือทำธุรกิจแล้ว ย่อมเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องได้เสมอ โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับรับเหมาก่อสร้าง พร้อมแนะนำว่าสิ่งที่จำเป็นที่สุด คือ การปกป้องตัวเองไม่ว่าจะทำธุรกิจกับหุ้นส่วนหรือไม่

จากเหตุดังกล่าว รูบอคคี จึงเสนอความคิดเห็นว่า “การจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด” ก็เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากจะช่วยปกป้องทรัพย์สินส่วนบุคคล เพราะผู้ถือหุ้นทุกคนจะรับผิดชอบต่อผลขาดทุนเท่ากับเงินที่ลงหุ้นไปเท่านั้น

ทั้งนี้และทั้งนั้น การจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนนั้น เป็นเรื่องที่ควรใช้เวลาในการไตร่ตรอง และเจ้าของกิจการจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจ รวมถึงความสามารถในการรับผิดชอบหนี้สินของตัวเอง นอกจากนี้แล้วยังควรปรึกษานักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญก่อนทำการตัดสินใจครั้งสำคัญอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย