
ทันสถานการณ์
5 กลุ่มชิงชัยสหภาพท่าเรือ
5 กลุ่มชิงชัยสหภาพท่าเรือ
นายจเร หมีดนุ รักษาการประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ทางสหภาพ กทท.จะเลือกตั้งประธานและกรรมการบริหารสหภาพ กทท.ใหม่ หลังจากอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้ส่งหนังสือแจ้งให้ทราบแล้วว่า คณะกรรมการบริหารสหภาพ กทท.ชุดเดิมได้หมดสภาพไปตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 2557 เนื่องจากเกิดความขัดแย้งกันภายในสหภาพ กทท.หลายประการ
ทั้งเรื่องแนวความคิด และการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสหภาพ กรณีที่เลขาธิการสหภาพกทท. ได้นำเงินอุดหนุนงานบอลจำนวน 2 แสนบาทเข้าบัญชีตัวเอง ซึ่งในทางปฏิบัติถือเป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับ
แหล่งข่าวจาก กทท. เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้สมัครรับเลือกเป็นประธานและกรรมการสหภาพ กทท. 5 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ 1.กลุ่มพลังสร้างสรรค์ นำโดย นายจเร รักษาการประธานสหภาพ กทท. 2.กลุ่มรวมใจรักษ์ท่าเรือ นำโดยนายราเชน หลั่งมะเริง 3.กลุ่มจิตอาสาพัฒนาท่าเรือ นำโดย นางรดา สิทธิพูลทอง 4.กลุ่มพลังงานแรงงาน นำโดย นายวันชาติ มาลัย และ 5.กลุ่มท่าเรือก้าวหน้า นำโดย นายณัฐพรรษ จงบรรเจิด
พาณิชย์เดินหน้าระบายข้าวสำหรับวาระการดำรงตำแหน่งประธานและกรรมการบริหารสหภาพกทท. จะมีวาระชุดละ 4 ปี ซึ่งในส่วนของนายจเร หมีดนุ รักษาการประธานกรรมการนั้น เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค. 2556 และจะหมดวาระในวันที่ 9 ม.ค. 2560 ซึ่งเมื่อมีปัญหาการบริหารจัดการภายสหภาพกทท.จึงได้ประกาศให้คณะกรรมการชุดดังกล่าวหมดวาระก่อนกำหนด และให้เลือกตั้งใหม่ ในพื้นที่ 3 แห่งคือ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือปากน้ำ ภายในวันที่ 22พ.ค.นี้
"สมาชิกสหภาพกทท.ปัจจุบันมีจำนวน 2,054 คน ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการสหภาพชุดเก่านั้นยังมีที่ปรึกษาและกลุ่มกรรมการเดิมซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารงานอยู่จำนวนมากจึงคาดว่าฐานเสียงของคณะกรรมการชุดเก่าที่มีนายจเร เป็นแกนนำ มีแนวโน้มกลับเข้ามาอีกครั้ง"แหล่งข่าวกล่าว
“พาณิชย์” ยันประกาศกฎอัยการศึกไม่กระทบแผนขายข้าวสต๊อกรัฐบาล ชี้รัฐมนตรียังมีอำนาจเซ็นอนุมัติขายอยู่ ด้านผู้ส่งออกข้าว เชื่อกระทบแผนขายข้าวระยะสั้น หากรัฐบาลลาออก
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การประกาศกฎอัยการศึกไม่กระทบต่อแผนการระบายข้าวของรัฐบาล เนื่องจากไม่ใช่การปฏิวัติ รมว.พาณิชย์ ยังมีอำนาจเซ็นอนุมัติขายข้าว ซึ่งมีระเบียบตามกรอบของแผนการระบายข้าวอยู่แล้ว โดยยืนยันเดินหน้าขายข้าวตามแผนเดิมเดือนละ 8 แสน1 ล้านตัน
“กรมก็จะทำตามลู่ทางที่สามารถทำได้ ซึ่งการระบายข้าวไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทำตามขั้นตอนตามนโยบายอยู่แล้ว และคนอนุมัติก็ยังสามารถทำได้อยู่ และก็ต้องระบายข้าวให้ได้ตามแผน เพื่อนำเงินมาจ่ายให้กับชาวนา” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ต้องติดตามสถานการณ์หลังการประกาศกฎอัยการศึกนับจากนี้ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือรักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ หาก รมว.ลาออก ก็อาจส่งผลกระทบต่อแผนการระบายข้าวสต๊อกรัฐชั่วคราว จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ขึ้นมา แต่ระยะยาวมองว่าเป็นผลดีต่อเกษตรกร เพราะรัฐบาลใหม่มีอำนาจที่จะกู้เงินมาจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนาได้ก่อน
“ระยะสั้น การระบายข้าวอาจจะชะงักไปบ้าง เพราะหากไม่มีรัฐมนตรีเซ็นอนุมัติขาย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศก็ไม่น่าจะมีอำนาจเซ็นได้ แต่ระยะยาว หากฟอร์มทีมรัฐบาลใหม่ได้เร็ว ก็จะทำให้รัฐบาลมีอำนาจกู้เงินมาจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนาได้เร็ว มากกว่าการรอเงินจากการระบายข้าวสต๊อกรัฐที่กว่าจะได้เงินก็ใช้ระยะเวลานาน” นายชูเกียรติ กล่าว
สำหรับในแง่ของการส่งออกข้าวไทย ไม่น่าได้รับผลกระทบ เพราะผู้ซื้อต่างชาติมองในแง่ของราคาข้าวถูกหรือแพงมากกว่า โดยล่าสุดราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยถูกกว่าเวียดนาม 20 เหรียญสหรัฐ/ตัน โดยราคาส่งออกไทยอยู่ที่ 380 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนข้าวส่งออกเวียดนามอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งราคาข้าวเวียดนามแพงกว่าไทยในระยะนี้เป็นผลจากการที่เวียดนามชนะการประมูลนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ 8 แสนตัน ทำให้ราคาข้าวเวียดนามปรับขึ้นในระยะนี้ แต่จะส่งผลดีต่อข้าวไทยให้ขายได้มากขึ้น







