posttoday
"สติ๊กโก" จับคู่ธุรกิจแอพ กลยุทธ์ "เช็กอิน มาร์เก็ตติ้ง"

"สติ๊กโก" จับคู่ธุรกิจแอพ กลยุทธ์ "เช็กอิน มาร์เก็ตติ้ง"

16 พฤษภาคม 2557

จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในไทยที่มีมากกว่า 50% ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกระบบรวมกันไม่ต่ำกว่า 70 ล้านเครื่อง

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

จำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนในไทยที่มีมากกว่า 50% ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกระบบรวมกันไม่ต่ำกว่า 70 ล้านเครื่อง ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจทั้งรายย่อยและเอกชนขนาดใหญ่ต่างพุ่งกลยุทธ์การทำตลาดรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือการตลาดออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคแบบประชิดตัวได้มากขึ้น โดยเฉพาะจากพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนร่วมกับสื่อสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เพื่อแสดงตัวตนในสถานที่หรือเช็กอิน (Checkin) ต่างๆ

พิริยะ ตันตราธิวุฒิ วัย 32 ปี หัวหน้าทีมแอพพลิเคชั่น สติ๊กโก ผู้ให้บริการคอนเทนต์ ดิจิทัลในรูปแบบแอพพลิเคชั่นแสดงสถานที่ (เช็กอิน) พร้อมใส่รูปสติกเกอร์การ์ตูน เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจที่ต่อยอดมาจากการเข้าร่วมในโครงการทรู อิน คิวบ์ ภายใต้กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา และได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในทีมผู้ชนะพร้อมไปดูงานที่เมืองอุตสาหกรรมไอที ซิลิคอน วัลเลย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

สำหรับแอพสติ๊กโก ในเบื้องต้นวางแนวคิดเอาการ์ตูนจากฝีมือนักออกแบบ (ดีไซเนอร์) ไทย มาทำการตลาดออนไลน์ ภายใต้รูปแบบของแอพพลิเคชั่น ได้พอเหมาะกับช่วงจังหวะเดียวกับที่โลกออนไลน์เชื่อมต่อทุกคนได้ถึงกันผ่านสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะความนิยมแบ่งปันเรื่องราว ภาพถ่าย หรือสถานที่ต่างๆ ที่ผู้บริโภคอยู่ ณ จุดนั้น ที่สติ๊กโกมองเห็นเป็นโอกาสในการพัฒนาแอพขึ้นมา พร้อมชูจุดเด่นที่แตกต่างไปจากการเช็กอินธรรมดาๆ ด้วยการนำการ์ตูนคาแรกเตอร์ใส่เข้าไป เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงอารมณ์ หรือความรู้สึกร่วมเข้าไปด้วย

“จากการสำรวจจากต่างประเทศเมื่อต้นปี ระบุว่าสนามบินสุวรรณภูมิของประเทศไทย เป็นสถานที่ที่มีคนเช็กอินสูงที่สุดในโลก ซึ่งจากจำนวนผู้เช็กอินสถานที่ สามารถขยายเป็นช่องทางการทำตลาดผ่านแอพได้ในรูปแบบการทำตลาดแบบเช็กอินสถานที่ หรือเช็กอิน มาร์เก็ตติ้ง กับเจ้าของสินค้า” พิริยะ กล่าว

ขณะที่ธุรกิจดังกล่าวอยู่ระหว่างพัฒนารูปแบบไปสู่การทำตลาดออนไลน์ โดยผ่านแอพพลิเคชั่นสติ๊กโก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่หลายราย อาทิ กลุ่มเดอะมอลล์ เซ็นสัญญาบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) กับสติ๊กโกเพื่อทำกิจกรรมการตลาดร่วมกัน เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ใช้อุปกรณ์สื่อสาร (ดีไวซ์) ประเภทต่างๆ ที่นิยมเช็กอินสถานที่ต่างๆ ที่เดินทางไปพักผ่อน ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในศูนย์การค้าใจกลางเมืองหลวง หรือสนามบิน เป็นต้น และมักจะแบ่งปัน (แชร์) จุดเช็กอินนั้นๆ ไปยังกลุ่มเพื่อน

พร้อมกันนี้ แอพสติ๊กโกได้วางแนวคิดการทำตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) โดยหาพันธมิตรธุรกิจที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือบริการประเภทต่างๆ ที่สนใจทำตลาดออนไลน์ผ่านการใช้แอพสติ๊กโก ที่จะรองรับสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการทั้งแอนดรอยด์ และไอโอเอส จากเดิมวางแนวคิดการทำตลาดในรูปแบบธุรกิจกับผู้บริโภค (บีทูซี)

พิริยะ เสริมว่า แอพสติ๊กโกจะเข้าไปเพิ่มสีสันการจัดทำกิจกรรมการตลาดหรืออีเวนต์ให้กับเจ้าของงานต่างๆ ด้วย ซึ่งจะแตกต่างไปจากการจัดอีเวนต์ทั่วไป โดยอาศัยความชื่นชอบการเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ที่ทำให้เกิดการรับรู้ต่อออกไปอย่างต่อเนื่อง จากเครือข่ายของกลุ่มเพื่อนที่มีมองเห็นจากการเช็กอิน

ขณะที่ปัจจุบันแอพสติ๊กโกมีพันธมิตรธุรกิจให้การสนับสนุน (สปอนเซอร์) ในรูปแบบบีทูบีราว 20 ราย รวมถึงศูนย์การค้าเดอะมอลล์ที่สนใจนำแอพสติ๊กโกทำการตลาดคอนเทนต์ ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง จากก่อนหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์นำแอพดังกล่าวไปร่วมใช้ในอีเวนต์นับถอยหลัง (เคาต์ดาวน์) ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2013 เป็นต้น

สำหรับในปีหน้าแอพสติ๊กโกจะขยายรูปแบบ (แพลตฟอร์ม) ใหม่ เพื่อรองรับสถานที่ต่างๆ ในการเช็กอินพร้อมใส่สติกเกอร์ได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ผ่านพันธมิตรธุรกิจประเภทต่างๆ จากในปีนี้วางเป้าหมายพัฒนาแพลตฟอร์มการเช็กอินได้ประมาณ 200300 สถานที่ยอดนิยม

นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางการทำธุรกิจของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่จับพฤติกรรมของผู้บริโภคคนในยุคปัจจุบันที่นิยมแสดงตัวตนในโลกออนไลน์มากขึ้น มาต่อยอดในรูปแบบธุรกิจใหม่

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน