posttoday
การเมืองชี้นำตลาดหุ้น

การเมืองชี้นำตลาดหุ้น

16 พฤษภาคม 2557

หลายวันที่ผ่านมา ผู้เขียนเองได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักเศรษฐศาสตร์หลายท่าน แต่สิ่งที่เห็นด้วยกับหลายท่านที่มีการคุยกันก็คือ ความน่าเป็นห่วงของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เนื่องจากมีปัญหาหลายอย่างที่รอให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขมากมาย แน่นอนที่สุดก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำเพราะในช่วง 1-2 ปีนี้ จีดีพีในประเทศไทยต้องถือว่า เติบโตต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ และเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน

หลายวันที่ผ่านมา ผู้เขียนเองได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักเศรษฐศาสตร์หลายท่าน แต่สิ่งที่เห็นด้วยกับหลายท่านที่มีการคุยกันก็คือ ความน่าเป็นห่วงของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เนื่องจากมีปัญหาหลายอย่างที่รอให้รัฐบาลชุดใหม่แก้ไขมากมาย แน่นอนที่สุดก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำเพราะในช่วง 1-2 ปีนี้ จีดีพีในประเทศไทยต้องถือว่า เติบโตต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ และเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน

การกระตุ้นเศรษฐกิจในเรื่องหลักๆ ที่น่าจะทำได้ ก็คือการใช้นโยบายแบบเร่งด่วนโดยเฉพาะเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัญหาที่เกิดขึ้นและน่าจะเป็นตัวถ่วงของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจนั้นก็คือหนี้ภาคครัวเรือน อธิบายง่ายก็คือการที่ประชาชนต้องกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อใช้ในการชำระหนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเพียงการประคองจ่ายดอกเบี้ยและการเป็นหนี้ดังกล่าวอาจจะไม่ใช้เป็นส่วนช่วยในการเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากหนี้ที่เพิ่มขึ้นนั้นไปเกิดในสิ่งที่ไม่จำเป็นในการดำรงชีวิต เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช้เรื่องแปลกที่นักเศรษฐศาสตร์ทุกคนจะประเมินว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงต่อจากนี้ไปจะน้อยกว่าที่คาด เพราะมีแรงฉุดรั้งจากประเด็นดังกล่าวอยู่

แต่อย่างไรก็ตามประเด็นแนวโน้มเศรษฐกิจดังกล่าว ไม่มีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เนื่องจากการขับเคลื่อนในระยะสั้นจะขึ้นอยู่การคาดหวังของนักลงทุน ซึ่ง ณ จุดนี้มีการคาดหวังว่าอาจจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลรักษาการหรือชุดใหม่ก็จะเป็นผลบวกต่อระยะสั้นทั้งนั้น (เน้นว่าระยะสั้น) ตลาดหุ้นน่าจะวิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ในปีนี้ ซึ่งเมื่อพิจารณา PE ของ SET INDEX ตัวเลข 1,500 จุด มีความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ยากในการลงทุนระยะสั้นก็คือ ตั้งแต่ต้นปี Set Index มีการปรับตัวขึ้นมาถึงระดับหนึ่งบริเวณปัจจุบันเหมือนพื้นที่กึ่งกลางคือ พร้อมจะขึ้นได้อีกเป็น 100 จุด และก็พร้อมกลับไปตั้งหลักที่ 1,300 จุดเช่นนั้น วิธีการที่ถูกต้องและดีก็คือ ควรอาศัยจังหวะของ SET เมื่อมีการแกว่งตัวลง (แต่ไม่ต่ำกว่า 1,380) และเข้าซื้อ และกรณีการกลับมายืน 1,400 ได้ แบบมั่นคงให้สันนิษฐานว่าจะมีการปรับตัวสูงขึ้น กล่าวในเชิงกลยุทธ์แบบง่ายก็คือ อาศัย 1,3801,400 เป็นจุดในการตัดสิน การยืนได้หรือยืนไม่ได้มีผลต่อ SET 100 จุด หุ้นกลุ่มที่ควรมีในพอร์ตยังคงเป็นหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และเดินเรือ เหตุผลก็เพราะว่าหุ้นเหล่านี้รายได้ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่มีคาดการณ์ไว้ และความผันผวนปัจจัยการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศมีผลต่อรายได้น้อยมาก

บทสรุปประเมินว่า ทิศทางของตลาดหุ้นไทยที่แกว่งตัวในบริเวณ 1,400 บวกลบ 20 จุด ซึ่งเกิดขึ้นมา 1-2 สัปดาห์นี้ คาดว่ากำลังจะมีทิศทางชัดเจนในสัปดาห์ที่จะถึงและปัจจัยที่มีการชี้นำเกิดจากปัจจัยการเมืองเป็นสำคัญ ซึ่งประเมินว่าตราบใดที่ Set Index ยังคงมีการยืน 1,400 โอกาสในการปรับตัวสูงขึ้นได้ก็ยังคงมี?

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน