
ร้านทองตุกติกให้กู้
ให้ลูกค้ารูดปรื๊ดเอาเงินสดไปใช้ยามยากหนี้ท่วมบัตรเครดิตแถมอ่วมดอกเบี้ย40%
ให้ลูกค้ารูดปรื๊ดเอาเงินสดไปใช้ยามยากหนี้ท่วมบัตรเครดิตแถมอ่วมดอกเบี้ย40%
ร้านทองฉวยโอกาสผู้บริโภคขาดเงิน ให้รูดบัตรแลกเงินสด ลูกค้าเจอดอกเบี้ยอ่วม 40%
นางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่มีปัญหาได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาการขาดสภาพคล่อง และต้องแบกรับภาระจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงถึง 40% ด้วยวิธีการนำบัตรเครดิตไปรูดซื้อทองจากร้านค้าทองที่ทำธุรกิจนี้ แต่แทนที่จะรับทองที่ซื้อมา กลับรับเป็นเงินสดแทน
ทั้งนี้ หลังจากที่รูดบัตรเครดิตแล้ว ผู้บริโภคจะต้องถูกหักค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิต 3% ซึ่งเป็นอัตราปกติทั่วไปที่ลูกค้าซื้อทองจะต้องชำระ ขณะเดียวกัน ร้านค้าทองจะหักเงินอีก 3,000 บาทต่อทองหนึ่งบาท โดยถือว่าเป็นค่ากำเหน็จการขายทองคืน ทำให้ทองคำที่ปัจจุบันราคาบาทละ 20,000 บาท ผู้บริโภคจะแลกได้เงินสดประมาณ 1.5 หมื่นบาท
“เงินสดที่ได้มา ผู้บริโภคจะต้องไปผ่อนชำระกับบัตรเครดิตเอง โดยเสียดอกเบี้ยบัตรเครดิตอีกประมาณ 18-20% ต่อปี รวมแล้วผู้บริโภคต้องจ่ายดอกเบี้ยประมาณ 40% ของค่าทองคำที่จ่ายไป” นางนฤมล ระบุ
อย่างไรก็ตาม พบว่าปัจจุบันมีร้านค้าทองหลายแห่งเริ่มหันมาทำธุรกิจนี้มากขึ้น โดยระยะนี้เป็นช่วงเปิดเทอม ทำให้ผู้บริโภคมีภาระใช้จ่ายหลายอย่าง ขณะที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม จึงเกิดปัญหาการขาดสภาพคล่อง และมีความจำเป็นต้องการใช้เงิน ผู้บริโภคจึงยอมทุกวิถีทางที่จะหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว รวมทั้งการวิ่งหาเงินนอกระบบหรือการรูดบัตรเครดิตกดเงินสด
“รูปแบบการใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าแต่ไม่ได้รับเงินสินค้า แต่จะได้แลกเป็นเงินสด หรือธุรกรรมอำพรางเริ่มจะกลับมาระบาดอีกครั้ง แต่ขณะนี้จะนิยมรูปแบบการใช้บัตรเครดิตรูดซื้อทองคำมากขึ้น โดยมีร้านขายทองรู้เห็นเป็นใจ” นางนฤมล กล่าว
สำหรับในปี 2556 มีผู้บริโภคร้องเรียนเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินการธนาคารจำนวน 391 เรื่อง โดยธุรกิจบัตรเครดิตได้รับการร้องเรียนมากที่สุด 79.24% รองลงมาเป็นธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ 6.43% ธุรกิจประกัน 5.56% บริการอื่นของธนาคารพาณิชย์ 4.68% และสินเชื่อส่วนบุคคล 4.09%







