
ผู้ถือหุ้นห่วงกรุงเทพประกัน
เหตุบุกตลาดรถยนต์ทำยอดเคลมพุ่งสูงผู้บริหารยืนยันปี’57ทำกำไรโตต่อเนื่อง
เหตุบุกตลาดรถยนต์ทำยอดเคลมพุ่งสูงผู้บริหารยืนยันปี’57ทำกำไรโตต่อเนื่อง
ผู้ถือหุ้นบริษัท กรุงเทพประกันภัย ห่วงการบุกตลาดรถยนต์ เหตุค่าใช้จ่ายพุ่ง ส่วนต่างกำไรต่ำ
ทั้งนี้ ในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท กรุงเทพประกันภัย มีผู้ถือหุ้นบางส่วนมีความเป็นห่วงการรับประกันภัยรถยนต์ของบริษัท เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวมีสัดส่วนกำไร หรือ Margin ลดลงต่อเนื่อง และยังมีอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio) ยังเพิ่มขึ้นเป็น 61.7% จากปี 2555 อยู่ที่ 57.6% เมื่อรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้บริษัทแทบไม่มีกำไรหรือไม่ทำกำไรจากการรับประกันภัยรถยนต์ แต่บริษัทกลับมีการขยายงานประเภทรถยนต์ค่อนข้างมาก สัดส่วนเบี้ยประกันสูงถึง 42.6% จากเบี้ยรวม 1.58 หมื่นล้านบาท ในปี 2556
นายพนัส ธีรวณิชย์กุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย เปิดเผยว่า ปี 2557 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวม รับเบื้องต้นที่ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2556 โดยมีนโยบายในการขยายงานด้านการรับประกันภัยทุกด้าน ไม่ว่าด้านการรับประกันภัยยานยนต์ การรับประกันภัยเบ็ดเตล็ด และการรับประกันภัยอุบัติเหตุ
“ส่วนการรับประกันภัยรถยนต์ ทำกำไรค่อนข้างลำบาก เนื่องจากมีการแข่งขันสูง แต่ถ้าเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น และบริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี ทำให้อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนลดลง รวมถึงควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ลดลงได้ก็จะมีสัดส่วนกำไรเพิ่มขึ้น” นายพนัส ชี้แจง
นายพนัส กล่าวว่า ในการขยายงานด้านการรับประกันภัยยานยนต์ในปี 2557 บริษัทพิจารณาด้วยความระมัดระวังมากเนื่องจากปัจจัยด้านต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายค่าแรงค่าอะไหล่เพิ่มสูงขึ้นมาก อู่ที่มีคุณภาพคิดค่าแรงสูงขึ้น บริษัทจึงมุ่งเน้นเรื่องการบริหารจัดการภายใน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและรักษากำไรไว้เป็นหลัก ซึ่งปี 2556 ที่ผ่านมาได้ลงทุนในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความสะดวกในการให้บริการหลังการขายต่อลูกค้าและคู่ค้า
นายวรวิทย์ โรจน์รพีธาดา กรรมการและเลขานุการบริษัท กล่าวว่า ในปี 2557 การจะทำให้อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนต่ำกว่าปี 2556 ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ โดยรวมประเทศตลาดมีการแข่งขันกันสูง ทำให้บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ไม่กล้าเพิ่มเบี้ยประกันภัย
นอกจากนี้ มีการปรับค่าแรง ค่าอะไหล่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยที่เบี้ยประกันภัยของบริษัทไม่อาจปรับขึ้นตามได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากการปรับเบี้ยประกันภัยจะต้องแจ้งคู่ค้าและช่องทางการขายล่วงหน้าเป็นระยะเวลาพอสมควร ส่งผลให้ส่วนต่างที่บริษัทได้รับลดลง แต่บริษัทคาดการณ์ว่ายังสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่อง จากปี 2556 ที่มี 1,748.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.3% จากปีก่อน แต่ไม่สามารถรับรองว่าอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนของบริษัทในปี 2557 จะต่ำกว่าปี 2556







