
SME มอนิเตอร์
สิงคโปร์ — เวสเทิร์น ยูเนียน บิสสิเนส โซลูชั่น ผู้ให้บริการโอนเงินและแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศ เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า จำนวนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในสิงคโปร์ มีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงเงินทุนลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว จากเดิมที่ 62% ไปอยู่ที่ 47% จากการสำรวจครั้งล่าสุด ซึ่งไม่เพียงแต่จะปรับตัวลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนหน้าแล้ว ยังนับว่าเป็นตัวเลขต่ำกว่าเอสเอ็มอีในชาติอื่นๆ ในเอเชียราว 20% อีกด้วย โดยสัดส่วนของเอสเอ็มอีฮ่องกงนั้นอยู่ที่ 68% ฟิลิปปินส์ที่ 68% และมาเลเซียที่ 69% ทั้งนี้ แม้ว่าความกังวลทางด้านการเข้าถึงเงินทุนในเอสเอ็มอีสิงคโปร์จะลดลง ทว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่กังวล โดย 34% กังวลถึงสภาพเศรษฐกิจโลก และ 30% กังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบระหว่างประเทศ
สิงคโปร์ — เวสเทิร์น ยูเนียน บิสสิเนส โซลูชั่น ผู้ให้บริการโอนเงินและแลกเปลี่ยนเงินระหว่างประเทศ เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า จำนวนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในสิงคโปร์ มีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงเงินทุนลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว จากเดิมที่ 62% ไปอยู่ที่ 47% จากการสำรวจครั้งล่าสุด ซึ่งไม่เพียงแต่จะปรับตัวลดลงจากการสำรวจครั้งก่อนหน้าแล้ว ยังนับว่าเป็นตัวเลขต่ำกว่าเอสเอ็มอีในชาติอื่นๆ ในเอเชียราว 20% อีกด้วย โดยสัดส่วนของเอสเอ็มอีฮ่องกงนั้นอยู่ที่ 68% ฟิลิปปินส์ที่ 68% และมาเลเซียที่ 69% ทั้งนี้ แม้ว่าความกังวลทางด้านการเข้าถึงเงินทุนในเอสเอ็มอีสิงคโปร์จะลดลง ทว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่กังวล โดย 34% กังวลถึงสภาพเศรษฐกิจโลก และ 30% กังวลเกี่ยวกับกฎระเบียบระหว่างประเทศ
วอชิงตัน — สมาพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอฟไอบี) เปิดเผยรายงานระบุว่า ผลกระทบจากการจ่ายภาษีที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลักประกันสุขภาพ หรือโอบามาแคร์ จะส่งผลให้ตำแหน่งงานในตลาดสหรัฐปรับตัวลดลงสูงถึง 1.522.86 แสนตำแหน่ง ภายในปี 2023 โดย 57% ของการสูญเสียตำแหน่งงานจะมาจากธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่ง อแมนดา ออสติน ประธานด้านนโยบายสาธารณะของเอ็นเอฟไอบี ระบุว่า ภาษีการประกันสุขภาพได้เพิ่มภาระต้นทุนให้กับธุรกิจขนาดเล็ก และจะจับตาผลกระทบในทางลบที่จะเกิดกับธุรกิจขนาดเล็กอย่างใกล้ชิด
ลอนดอน — ธนาคารยอร์กเชียร์และธนาคารไคลเดสเดล เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในสหราชอาณาจักรมากกว่า 80% มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มมากขึ้นสูงสุด 7% ของผลประกอบการเพื่อขยายธุรกิจภายใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งตัวเลขจากกระทรวงธุรกิจ ประเมินว่า เอสเอ็มอีสหราชอาณาจักรมีผลประกอบการมากกว่า 1.6 ล้านล้านปอนด์ต่อปี ดังนั้นแล้วภายใน 12 เดือนข้างหน้า เอสเอ็มอีมีแนวโน้มที่จะลงทุนเพิ่มเติมเป็นจำนวนเงินสูงถึง 8.2 หมื่นล้านปอนด์เลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วผลสำรวจดังกล่าวยังพบอีกว่า เอสเอ็มอีคาดว่าในปีหน้าธุรกิจจะขยายตัวราว 10% ซึ่งนับว่าผลประกอบการนั้นอาจจะเพิ่มมากถึง 1.6 แสนล้านปอนด์เลยทีเดียว หรือคิดเป็น 3.4 หมื่นปอนด์ต่อเอสเอ็มอีหนึ่งแห่ง







