
ศก.ใต้-อีสานหงอย
สินค้าเกษตรราคาตกฉุดรายได้ทรุดพิษการเมืองซ้ำแบงก์เข้มปล่อยกู้
สินค้าเกษตรราคาตกฉุดรายได้ทรุดพิษการเมืองซ้ำแบงก์เข้มปล่อยกู้
ราคาสินค้าเกษตรตก ทำเศรษฐกิจภาคใต้อีสาน ซบเซาหนัก รายได้ทรุด แบงก์เข้มกู้ปล่อย
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาสแรก ปี 2557 ซึ่งหดตัวตามการผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรมแม้ว่าผลผลิตยางจะเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ราคาสินค้าเกษตรยังคงลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรและการส่งออกลดลง ทั้งนี้ ดัชนีรายได้เกษตรกรลดลง 7.5% ดัชนีราคาสินค้าเกษตรลดลง 2.6% ตามราคายางที่ลดลงถึง 21.1 ต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส
ในขณะเดียวกันด้านการท่องเที่ยวก็หดตัว 1.6% เนื่องจากได้รับผลกระทบของเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดน จ.สงขลา และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประกอบกับสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อทำให้มีการระมัดระวังการใช้จ่ายทั้งการอุปโภคบริโภคและการลงทุน โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพียง 1.6% ชะลอจากไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 2.4% และดัชนีการลงทุนภาคเอกชนหดตัว 8.1% โดยเฉพาะการขออนุญาตก่อสร้างใหม่ลดลงติดต่อกันมา 4 ไตรมาส ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ระมัดระวังการให้สินเชื่อมากขึ้นส่งผลให้เงินให้สินเชื่อขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง
ด้านภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาสแรก ปี 2557 ก็ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ของปี 2556 โดยดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนลดลง 1% เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนลดลง ตามกำลังซื้อของเกษตรกรที่มีรายได้ลดลง ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ในระดับต่ำ จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง
สอดคล้องกับภาคการค้าที่หดตัวโดย ดัชนีการค้าลดลง 9.1% โดยเฉพาะการค้ารถยนต์ลดลงต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถาบันการเงินเข้มงวดในการให้สินเชื่อ แก่ภาคครัวเรือนมากขึ้น รวมทั้งการลงทุนภาคเอกชนยังคงหดตัวจากภาคการก่อสร้างเป็นสำคัญ
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยังได้รับแรง สนับสนุนบางส่วนจากเงินโอนภาครัฐ และการค้าตามแนวชายแดนที่ยังคงเกินดุล สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.55% เร่งตัวขึ้นจากราคาเนื้อสัตว์ อาหารสำเร็จรูป และเชื้อเพลิงหุงต้ม ส่วนอัตราการว่างงานยังอยู่ในระดับต่ำ
ด้านภาคการเงิน ธนาคารพาณิชย์ มีเงินฝากคงค้าง 6.087 แสนล้านบาท เพิ่มจาก 2.4% แต่ชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากเงินฝากทุกประเภท ด้านสินเชื่อคงค้าง 7.881 แสนล้านบาท เพิ่ม 14.2% แต่ชะลอลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากธนาคารพาณิชย์เข้มงวดในการให้สินเชื่อมากขึ้น







