
แบงก์กลัวหนี้เสียรุมช่วยเอสเอ็มอี
ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มถดถอยจากปัญหาการเมือง ทำให้ภาคธุรกิจทุกประเภทต้องปรับตัวให้อยู่ได้ในภาวะที่ยอดขายต่ำเตี้ย เงินทองเริ่มฝืดเคือง ธุรกิจขนาดเล็กก็เจอปัญหาเล็ก ธุรกิจขนาดใหญ่ ก็เจอปัญหาที่ใหญ่กว่า
ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มถดถอยจากปัญหาการเมือง ทำให้ภาคธุรกิจทุกประเภทต้องปรับตัวให้อยู่ได้ในภาวะที่ยอดขายต่ำเตี้ย เงินทองเริ่มฝืดเคือง ธุรกิจขนาดเล็กก็เจอปัญหาเล็ก ธุรกิจขนาดใหญ่ ก็เจอปัญหาที่ใหญ่กว่า
สำหรับธุรกิจธนาคารพาณิชย์นั้น ได้เตรียมการรับมือเศรษฐกิจผันผวนมาตั้งแต่เกิดวิกฤตในสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยการตั้งสำรองหนี้และเพิ่มเงินกองทุนให้สูงกว่าที่กฎหมายกำหนด
การรับมือล่วงหน้า ทำให้วันนี้ธุรกิจธนาคารยังเข้มแข็งพอจะรับความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจ แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าธุรกิจจะเข้มแข็งไปได้อีกนานเท่าไหร่
ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การที่หนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบต่ำ เป็นเพราะธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าไปก่อน แต่หากการเมืองยังวุ่นวายตั้งรัฐบาลไม่ได้ในปีนี้ โอกาสที่หนี้ที่ปรับโครงสร้างไปแล้ว อาจจะกลับมาเป็นหนี้เสียอีกครั้ง
ญนน์ โภคทรัพย์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มลูกค้าบุคคลและกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีมีลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขอความช่วยเหลือจากธนาคาร คิดเป็นวงเงินกว่า 1,000 ล้านบาท จากงบช่วยเหลือที่ธนาคารตั้งไว้ 4,000-5,000 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจขาดสภาพคล่องและขาดเงินทุนหมุนเวียน แต่ยืนยันว่าสภาพธุรกิจของลูกค้าธนาคารยังดีอยู่
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสถานการณ์ของลูกค้า พบว่า มีหลายรายที่ธุรกิจสะดุดและสินค้าคงคลังเหลืออยู่มาก โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นวัสดุอิเล็กทรอนิกส์อาจจะตกรุ่นเพราะเร่งขายไม่ออก ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง ธนาคารจะเข้าไปดูแลเป็นพิเศษว่าผลกระทบเกิดจากอะไร และจะช่วยเหลือในด้านใดได้บ้าง เพื่อประคับประคองธุรกิจให้ผ่านพ้นสถานการณ์บ้านเมืองในปีนี้ไปให้ได้
นอกจากนี้ จะร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยจะมีการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินร่วมกัน ที่จะช่วยลดผลกระทบของธุรกิจที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ทั้งนี้ แม้ไตรมาสแรกสินเชื่อเอสเอ็มอีจะโต 0% เพราะลูกค้าต้องการสินเชื่อน้อย และธนาคารได้เข้มงวดคุณภาพลูกค้าใหม่ตามกลยุทธ์ที่เน้นดูแลพอร์ตธุรกิจให้แข็งแกร่ง แต่ทั้งปียังตั้งเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโต 5% และรักษาระดับเอ็นพีแอลให้อยู่ที่ 2.1-2.2% เท่ากับปัจจุบัน
เวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารกำลังดูแลลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดเล็ก (SSME) ที่วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 20 ล้านบาท ด้วยการเสริมสภาพคล่องให้อยู่รอดปลอดภัย พร้อมกับให้คำแนะนำในการวางแผนธุรกิจทั้งภายนอกและภายใน เพื่อประคองธุรกิจให้เดินหน้าไปได้ ปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตลูกค้ากลุ่มนี้ประมาณ 1 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ กลุ่มเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีปัญหาเงินตึงตัว ต้องวิ่งเจรจาคู่ค้าของตัวเองขอผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระเงิน และปรึกษาธนาคาร เพื่อขยายเทอมการผ่อนชำระให้ยาวนานขึ้น ขณะที่ธุรกิจต้องจัดการลดต้นทุนการผลิต ลดค่าใช้จ่าย เช่น ลดเวลาทำงานลูกจ้าง หรือลดความสูญเสียทรัพยากร และเก็บเงินสดไว้ในมือ ซึ่งสำคัญมากในยามตลาดหดตัว
นุสรา รุนสำราญ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารธนชาต กล่าวว่า ลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารยังไม่มีปัญหา เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าที่คุ้นเคยมานาน ทำให้รู้ข้อมูลพื้นฐานอยู่แล้วว่าลูกค้ามีภูมิคุ้มกันเป็นอย่างไร และจะรู้ได้ทันทีว่ากลุ่มไหนจะมีปัญหาด้านใด และธนาคารควรจะสนับสนุนช่วยเหลือด้านไหน ทำให้คุณภาพสินเชื่อลูกค้าเอสเอ็มอีของธนาคารยังดี
การดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดไม่ให้หนี้เสียเพิ่มนั้น ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายก็ทำควบคู่ไปกับการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดหนี้เสียเพิ่ม ซึ่งจะนำไปสู้การตั้งสำรองหนี้เพิ่มหรือจะต้องเพิ่มทุน







