
จ้องเก็บภาษีแวตของมือสอง
กรมสรรพากรประเดิมเต็นท์รถยนต์เก่าพระเครื่องซื้อขายผ่านเน็ตคิวต่อไป
กรมสรรพากรประเดิมเต็นท์รถยนต์เก่าพระเครื่องซื้อขายผ่านเน็ตคิวต่อไป
สรรพากรลุยเก็บภาษีค้าขายของมือสอง ประเดิมเต็นท์รถก่อน หวังดันรายได้เพิ่ม
นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากร อยู่ระหว่างศึกษาขั้นตอนการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) สินค้ามือสองทั้งระบบ โดยหลักการจะเก็บจากสินค้ามือสองทุกประเภท เช่น การค้าขายพระเครื่อง ของที่มีการประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากตลาดดังกล่าวมีมูลค่าสูง แต่เบื้องต้นจะเริ่มที่รถยนต์มือสองก่อน เพราะดำเนินการได้ง่ายที่สุด และก่อนหน้านี้มีการหารือกับผู้ประกอบการและเต็นท์รถแล้ว พบว่าไม่ขัดข้อง แต่ขอให้ชะลอการจัดเก็บไปก่อน เพราะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี
ทั้งนี้ แนวทางในการจัดเก็บภาษีแวตรถยนต์มือสองของผู้ประกอบการจะคิดจากส่วนต่างราคาในการซื้อขาย โดยพบว่าตลาดรถยนต์มือสองแต่ละปีมีการโอนเปลี่ยนมือกันไม่ต่ำกว่า 23 ล้านคัน สำหรับรถยนต์ทุกประเภท กรมสรรพากรจึงจะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าจะช่วยทำให้กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ดึงเม็ดเงินที่อยู่นอกระบบกลับเข้าสู่ระบบได้ ถือเป็นการขยายฐานภาษีแวตได้อีกทาง
“ตอนนี้กำลังเร่งศึกษารายละเอียดในการดำเนินการอยู่ คงต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง โดยการจัดเก็บภาษีแวตรถยนต์มือสองนั้น จะอิงกับการดำเนินการของประเทศอังกฤษทั้งหมด แต่จะแตกต่างกันตรงที่อังกฤษมีตลาดกลางที่ชัดเจน ทำให้การควบคุมจัดเก็บภาษีทำได้ง่ายกว่า ขณะที่ของไทยไม่มีตลาดกลาง จึงอาจต้องให้กรมการขนส่งทางบกที่มีรายละเอียดทะเบียนการโอน การถือครองต่างๆ เป็นผู้ควบคุมดูแล” นายสุทธิชัย กล่าว
สำหรับขณะนี้กรมอยู่ระหว่างเร่งหารือในรายละเอียดกับกระทรวงการคลัง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาบ้าง เพราะบางขั้นตอนต้องมีการแก้ไขกฎหมาย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ทันเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณา
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายสุทธิชัยได้เข้าหารือเรื่องการจัดเก็บภาษีแวตรถยนต์มือสองกับนางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง เรียบร้อยแล้ว โดยหลักการเบื้องต้นสามารถจัดเก็บภาษีดังกล่าวได้ เพราะเป็นภาษีที่เกิดจากการซื้อขาย จึงไม่จำเป็นต้องทำเรื่องขอความเห็นชอบจาก ครม. และที่ผ่านมากรมสรรพากรก็มีนโยบายในการจัดเก็บภาษีแวตจากการซื้อขายสินค้ามือสองอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติทำได้ค่อนข้างยาก เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ซื้อขายกันในรูปการฝากขาย ทำให้ไม่มีการออกใบกำกับภาษี หรือการโอนลอย ส่วนการเก็บภาษีการขายรถมือสองในกรณีที่มีการซื้อขายระหว่างบุคคลจะทำได้ยาก เพราะการซื้อขายระหว่างบุคคลไม่สามารถออกใบกำกับภาษีได้เหมือนบริษัท







