posttoday
ญี่ปุ่น : An Older Japan

ญี่ปุ่น : An Older Japan

06 พฤษภาคม 2557

ถ้าโลกไม่แตกเสียก่อน คุณจะเชื่อไหม...ถ้าผมจะบอกว่าในเวลาอีกประมาณพันปี “คนญี่ปุ่น” จะสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้? ในสหัสวรรษหน้า ลูกหลานของเราอาจต้องนั่ง “ไทม์แมชชีน” (ถ้ามี) ย้อนกลับมาในยุคนี้เพื่อที่จะรู้จัก “คนญี่ปุ่น” ตัวเป็นๆ ก็เป็นได้ คุณจะเชื่อไหม...

ถ้าโลกไม่แตกเสียก่อน คุณจะเชื่อไหม...ถ้าผมจะบอกว่าในเวลาอีกประมาณพันปี “คนญี่ปุ่น” จะสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้? ในสหัสวรรษหน้า ลูกหลานของเราอาจต้องนั่ง “ไทม์แมชชีน” (ถ้ามี) ย้อนกลับมาในยุคนี้เพื่อที่จะรู้จัก “คนญี่ปุ่น” ตัวเป็นๆ ก็เป็นได้ คุณจะเชื่อไหม...

หากเรามองย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ใหม่ๆ ในยุคที่เรียกว่า Baby Boom นั้น (รุ่นคุณพ่อหรือคุณปู่ของใครหลายๆ คนในปัจจุบัน) ประชากรญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด จากการเก็บสถิติของสำนักงานสำมะโนครัวประชากรแห่งชาติสหรัฐ (US Census Bureau) โดยประชากรญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นทุกๆ ปีติดต่อกันเป็นเวลาเกือบ 60 ปี จนกระทั่งขึ้นไปสูงที่สุดในปี 2008 คือมีประชากรเกือบ 128 ล้านคน โดยหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้อัตราการเติบโตของจำนวนประชากรเป็นไปในลักษณะดังกล่าวก็คือ วิทยาการทางการแพทย์ที่ทำให้เด็กทารกมีอัตราการรอดชีวิตจากการเกิดมากขึ้น ผู้สูงอายุมีอายุเฉลี่ยยืนยาวมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้อัตราการตายในแต่ละปีของประชากรต่ำลง โดยปัจจุบันประชากรญี่ปุ่นมีค่าดัชนีอายุยืน ยืนยาวที่สุดในโลกที่ประมาณ 85 ปี และอัตราดังกล่าวนี้จะสูงขึ้นเป็น 90-93 ปี ในปี 2045 หรือในอีก 30 ปีข้างหน้า... มาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าอายุยืนกันเป็น “อาเหล่ากงอาเหล่าม่า” แบบนี้ ประกอบกับวิทยาการทางการแพทย์ที่นับวันยิ่งจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อีก แล้วคนญี่ปุ่นจะสูญพันธุ์ไปได้อย่างไร

คำตอบก็คือ ญี่ปุ่นมีทารกเกิดใหม่ลดน้อยลงเรื่อยๆ ในขณะที่จำนวน “คนแก่” กลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง เมื่อ 10 ปีก่อน ญี่ปุ่นมีเด็กเกิดใหม่ปีละ 1.1 ล้านคน มีคนตายปีละ 1.08 ล้านคน หักล้างกันแล้วยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นที่ประมาณ 2 หมื่นคน อย่างไรก็ตาม ในปีนี้อัตราการเกิดเริ่มลดลงเหลือ 1.03 ล้านคน ในขณะที่มีคนตาย (แม้จะอายุยืนมากขึ้น)ปีละ 1.19 ล้านคน หักล้างกันแล้ว ปีนี้ปีเดียว “คนญี่ปุ่น” จะมีจำนวนลดลงถึง 1.66 แสนคน หรือลดลงประมาณ 1 คนในทุกๆ 3 นาที หากยังนึกภาพไม่ออก อาจจะลองจินตนาการตามว่า จำนวนดังกล่าวคิดเป็นมากกว่า 2 เท่า ของจำนวนผู้ชมในสนามฟุตบอล Old Trafford ของทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในประเทศอังกฤษ ในวันที่มีผู้ชมเต็มสนามแบบเบียดๆ กันเลยทีเดียว

ปัญหาเรื่องประชากรญี่ปุ่นนอกเหนือจากเรื่องจำนวนที่ลดลงแล้ว หากลองดูลึกเข้าไปอีกนิดจะพบว่า ด้วยสภาวการณ์ในปัจจุบันที่มีจำนวน “คนแก่” มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่จำนวน “เด็ก” ก็ลดลงเรื่อยๆ ด้วยนั้น จะทำให้โครงสร้างของประชากรเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในอีก 30 ปีข้างหน้าอีกด้วย ถ้าเราตั้งคำนิยามกันเล่นๆ ว่า คนญี่ปุ่นเลิกเป็น “เด็ก” และเริ่มทำงานเมื่ออายุ 15 ปี และทำงานไปเรื่อยๆ อีก 50 ปี จนกระทั่งเข้าวัยเกษียณที่อายุ 65 ปี เราจะได้คน 3 กลุ่มวัย ซึ่งก็คือ วัยเด็ก วัยทำงาน และวัยชรา สถิติบอกเราว่า ในอีก 30 ปีข้างหน้า หากเราได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น เมื่อเราเดินตามถนนเราจะเจอ “คนแก่” ถึง 4 คนจากทุกๆ 10 คนที่เราเดินผ่าน และจะเจอ “อนาคตของชาติ” เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ในอนาคต ญี่ปุ่นจะมีคนอายุเกิน 100 ปี เพิ่มขึ้นจาก 9 หมื่นคน เป็น 9 แสนคน แม้ว่าในปัจจุบันยอดขาย “แพมเพิส” สำหรับคนแก่ก็สูงแซงหน้าของเด็กทารกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเสียด้วยซ้ำ ในขณะเดียวกัน “วัยทำงาน” ก็จะมีจำนวนลดลงเหลือเพียงกึ่งหนึ่ง หรือที่ประมาณ 55 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับในสมัยหลังจากที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ใหม่ๆ นั่นเอง

หากคิดให้ง่ายขึ้นอีก ดินแดนอาทิตย์อุทัยซึ่งมีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกแห่งนี้ในอนาคตจะมี “วัยทำงาน” และ “วัยไม่ทำงาน” ในสัดส่วนพอๆ กันอย่างละครึ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มิใช่ทุกคนที่อยู่ใน “วัยทำงาน” จะทำงานกันทุกคน นี่ยังไม่นับค่านิยมในการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นที่มีอัตราการเข้าร่วมแรงงานของสตรี ในอัตราเพียง 48% ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD ขณะที่ Participation Rate ของผู้ชายอยู่ที่ประมาณ 71% โดยอัตราดังกล่าวของแรงงานสตรีซึ่งลดลงในช่วงอายุ 35-39 ปี แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ผู้หญิงจะออกจากตลาดแรงงานหลังจากที่แต่งงานแล้วหรือมีบุตร ปัญหาดังกล่าวนี้ถือเป็นปัญหาระดับชาติ ถึงขนาดที่ว่า ชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเองยังเคยกล่าวไว้ว่า ทรัพยากรที่ญี่ปุ่นยังใช้น้อย (กว่าที่ควร) อยู่ก็คือ ทรัพยากรมนุษย์สตรี นั่นเอง

เรื่องการสูญพันธุ์ในอีกพันปีข้างหน้าอาจเป็นปัญหาใหญ่ในเชิงสถิติหากไม่แก้ไข แต่ญี่ปุ่นต้องจัดการกับปัญหาใกล้ตัวที่กำลังจะเกิดขึ้นในศตวรรษนี้ก่อน หากยังปล่อยแบบนี้ “วัยทำงาน” ที่มีสัดส่วนน้อยลงเรื่อยๆ คงต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง...ผมดูโครงสร้างประชากรอีกครั้ง เกิดคำถามหนึ่งขึ้นมาในใจ : ในอนาคตระบบประกันสังคมจะมีเงินมาดูแล “คนแก่” ที่เพิ่มขึ้นเป็น 40% ของประชากรเหล่านี้ได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน