
วรรณลุ้นกำไรบจ.ดี
หนุนดัชนีหุ้นไทยปีนี้เห็น1,500จุดการเมืองฉุดจีดีพีเหลือ2.62.9%
หนุนดัชนีหุ้นไทยปีนี้เห็น1,500จุดการเมืองฉุดจีดีพีเหลือ2.62.9%
บลจ.วรรณ มองการเมืองกดจีดีพีปีนี้โต 2.62.9% ลุ้นกำไรบริษัทจดทะเบียนแจ่ม หนุนหุ้นไปต่อ
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 นี้ คาดว่ายังชะลอตัวต่อเนื่อง ทำให้การใช้จ่ายภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวทั้งในส่วนของภาคเอกชนและภาครัฐบาล โดยคาดว่าการเลือกตั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นจริงในช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 นี้ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณอย่างเร็วน่าจะเริ่มได้ในปลายปีนี้ จึงคาดว่าจีดีพีปีนี้จะเติบโตประมาณ 2.6-2.9% จากปีก่อนโต 2.9%
“เศรษฐกิจไทยยังขาดทิศทางและนโยบายผลักดันในระยะกลางและระยะยาว จึงการส่งออกน่าจะเป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจ ซึ่งได้อานิสงส์จากเศรษฐกิจประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นที่ฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ” นายวิน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ประเทศมีปัญหาการเมือง พบว่า บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ของไทยเติบโตจากการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี โดยจากนี้ให้จับตาผลประกอบการไตรมาสแรกและไตรมาส 2 นี้ว่าออกมาดีหรือไม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวไปต่อได้ จากปัจจุบันที่มองว่าเป็นระดับเหมาะสม โดยคาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,500 จุดในปีนี้
สำหรับตลาดหุ้นไทยมองว่า ปัจจุบันราคาหุ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งมองว่าโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวลงแรงๆ มีน้อย โดยในช่วงนี้ต้องจับตาผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1 ปี 2557 ว่าจะออกมาดีหรือไม่ เพราะจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยไปต่อได้ โดยคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนในปีนี้อยู่ที่ 104-106 บาท บนสัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) ที่ 14 เท่า
นายวิน กล่าวว่า สำหรับเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เป็นผลจากช่วงที่ผ่านมาต่างชาติขายหุ้นออกไปเร็วมากหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดปริมาณวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) และตอนนี้เงินบางส่วนเริ่มกลับเข้ามาตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทยซึ่งมีเงินไหลเข้ามาประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่ถือว่ามากนัก
ซึ่งยังไม่มากนักและน่าจะเป็นปัจจัยชั่วคราว โดยตั้งแต่ต้นต้นปีถึงวันที่ 25 เม.ย.2557 ปรับตัวขึ้นกว่า 8.4% โดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานเข้ามาสนับสนุน ทำให้ประเมินว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยเป็นไปอย่างเปราะบาง และพร้อมที่จะเผชิญกับแรงขายเพื่อทำกำไรอย่างมีนัยสำคัญหากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมืองและเศรษฐกิจที่ไม่ได้เติบโตตามคาด โดยคาดว่าปีนี้ดัชนีน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,200-1,500 จุด
ขณะเดียวกันมองว่าเฟดจะทยอยลดวงเงิน คิวอีต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลกน่าจะปรับตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะสหรัฐหากขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของไทย ขณะที่ทองคำคาดว่าจะผันผวนสูง เหมาะกับการซื้อขายทำกำไร มองกรอบ 1,250-1,350 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ในปีนี้ ส่วนน้ำมันคาดว่าจะทรงๆ ในกรอบ 9298 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล







