posttoday
นี่แค่คิด...ยังเจ๊งคามือ

นี่แค่คิด...ยังเจ๊งคามือ

05 พฤษภาคม 2557

วันนี้เสียงร่ำลือสโลแกน “ทักษิณคิด...เพื่อไทยทำ...” หรือ “นายกฯ โคลนนิ่ง” ที่ดังกึกก้อง เมื่อครั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เหยียบขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อ 2 ปีก่อน ดูเหมือนจะสร่างซาลง พร้อมกับเสียงขับไล่ ครม.ยิ่งลักษณ์ที่ดังหนาหูขึ้นทุกๆ วันจนหลายคนเบื่อระอา

วันนี้เสียงร่ำลือสโลแกน “ทักษิณคิด...เพื่อไทยทำ...” หรือ “นายกฯ โคลนนิ่ง” ที่ดังกึกก้อง เมื่อครั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เหยียบขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เมื่อ 2 ปีก่อน ดูเหมือนจะสร่างซาลง พร้อมกับเสียงขับไล่ ครม.ยิ่งลักษณ์ที่ดังหนาหูขึ้นทุกๆ วันจนหลายคนเบื่อระอา

แต่นั่นคงไม่อาจเปลี่ยนแปลงความตั้งใจจริงของผู้นำหญิงคนแรกของไทยคนนี้ ที่พร้อมจะตายคาสนามประชาธิปไตยได้

แม้ว่าจะต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเละเทะในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก กรณีการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ที่เรียกขานในวงการข้าวว่า “จีทูเจี๊ยะ” ซึ่งพร้อมทำให้นายกฯ ถูกเขี่ยพ้นเก้าอี้ตามกติการัฐธรรมนูญ และอาจต้องติดคุกเป็นของแถม

ความผิดใหญ่หลวงครั้งนี้คงต้องสาวไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต้นหนที่คิดนวัตกรรมจำนำข้าว 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ก่อนกลายเป็นจำนำข้าวทุกเมล็ดด้วยความ “มันปาก” ของผู้สมัคร สส.เพื่อไทย

เพราะผ่านมาเพียงไม่ถึง 2 ปี มีการคาดว่าโครงการนี้สร้างภาระขาดทุนไม่ต่ำกว่า 45 แสนล้านบาท แต่ก็ทำให้ชาวนาหน้าชื่นตาบานกันทั่วหน้า มีแรงซื้อและแรงผ่อนรถปิกอัพคันแรกกันเป็นแสนๆ ราย

ในขณะที่การที่รัฐบาลกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายในโครงการอย่างสนุกมือจ่ายกว่า 78 แสนล้านบาท และซุกหนี้ในหีบ จะเป็นภาระให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องรีดภาษีคนไทยมาชดใช้หนี้สินที่เกิดขึ้นเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี

ทว่าทุกข์ใหญ่ที่ชาวนากำลังประสบอยู่ตอนนี้ คือ ราคาข้าวเปลือกนาปรังร่วงลงแตะระดับ 5,000 บาทต่อตัน และข้าวนาปีฤดูใหม่ที่เริ่ม “ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ” จะต้องเผชิญกับปัญหาราคาข้าวตกต่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คราวนี้เรียกว่าเหล่ากระดูกสันหลังต้องระทมกันทั้งชาติ

แต่ความเดือดร้อนจะขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ เพราะข้าวนาปีปลูกกันทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง เกี่ยวข้องกับชาวนา 4 ล้านครัวเรือน ต่างจากข้าวนาปรังที่การปลูกกระจุกตัวอยู่ในที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำนเรศวรที่มีประมาณ 7-8 แสนครัวเรือน

ขณะเดียวกัน โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสร้างความเสียหายให้ประเทศในระดับรากหญ้า เช่น การกำหนดราคาข้าวเปลือกที่สูง ทำให้ต้นทุนปลูกข้าวขยับเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และไม่มีวันที่ต้นทุนจะลดลง แม้ว่าราคาข้าวในตลาดโลกจะต่ำเตี้ยลงทุกวัน

อีกทั้งยังทำให้นายทุนโรงสีและพ่อค้ากลายเป็นผู้ขาดและกดราคารับซื้อข้าวเปลือกได้ตามใจ เพราะตลาดกลางซื้อขายข้าว หรือโรงสีชุมชนได้ล้มหายตายจากไปหมดแล้ว ส่วนชาวนาต้องฝืนปลูกข้าวทั้งๆ ที่รู้ว่าขาดทุน เพราะข้าวในนาจะมีประโยชน์บ้างก็ตรงที่ใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำหนี้สินที่หยิบยืมจากร้านค้า โรงสี มาซื้อพริก กะปิ น้ำปลา

โครงการรับจำนำข้าวที่ พ.ต.ท.ทักษิณ คิด ยังทำให้อุตสาหกรรมข้าวไทยพังระเนระนาด ล่าสุด ณ สิ้นเดือน เม.ย. 2557 ราคาข้าวไทย 5% ซื้อขายกันที่ 375 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต่ำกว่าราคาข้าว 5% ของเวียดนาม ที่ราคาอยู่ที่ 390 เหรียญสหรัฐต่อตัน

ด้านกรมการค้าต่างประเทศ ตอกย้ำว่า ณ วันที่ 4 เม.ย. 2557 ไทยส่งออกข้าว 2,110,133 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีปริมาณ 1,645,128 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 28.27% โดยมีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 1,104 ล้านเหรียญสหรัฐ 35,629 ล้านบาท ลดลง 6.66% เทียบกับปีก่อน

ต่างกันสิ้นเชิงกับคำคุยโตในหนังสือ “รู้ลึก รู้จริง จำนำข้าว” ที่ตีพิมพ์เมื่อเดือน ต.ค. 2555 หน้าที่ 13 ที่ระบุว่าแม้ในช่วงวันที่ 1 ม.ค.9 ต.ค. 2555 ไทยส่งออกข้าวได้เพียง 3.7 ล้านตัน ต่ำกว่าปี 2554 ที่ส่งออกได้ 7 ล้านตัน แต่มูลค่าข้าวที่ขายได้สูงถึง 3,502 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงกว่าอินเดียและเวียดนามที่มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 2,990 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 2,455 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ

สุดท้ายกลายเป็นว่าเมื่อสิ้นปี 2555 ไทยส่งออกข้าวเป็นมูลค่า 4,632 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับปี 2554 ที่ไทยส่งออกข้าวได้ 6,432 ล้านเหรียญสหรัฐ รายได้เข้าประเทศ 5 หมื่นล้านบาท หายวับทันตา

นี่แค่คิดยังทำพังได้ขนาดนี้ หากทำด้วยตัวเองจะฉิบหายขนาดไหน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน