
อากู๋ฟิตทุ่ม3พันล.ทีวีดิจิทัล
ผลิตรายการครบเครื่องป้อน2ช่อง รับปีนี้ขาดทุนแต่ปีหน้าฟันกำไรแน่
ผลิตรายการครบเครื่องป้อน2ช่อง รับปีนี้ขาดทุนแต่ปีหน้าฟันกำไรแน่
เปิดแผนแกรมมี่ลุยทีวีดิจิทัล ทุ่ม 3,000 ล้านบาท ผลิตรายการครบเครื่อง มั่นใจปี 2558 ฟันกำไร
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปิดเผยถึงแผนรุกธุรกิจทีวีดิจิทัล ว่า บริษัทจะทุ่มงบ 2,000-3,000 ล้านบาท ลงทุน 2 ช่องทาง ได้แก่ ลงทุนช่องบิ๊ก SD กว่า 1,000 ล้านบาท วางตำแหน่งรายการทีวีเจาะกลุ่มแมสทั่วไป จะเริ่มทดลองออกอากาศวันที่ 23 พ.ค. และจะเริ่มเฟสแรกเดือน ก.ค.
สำหรับงบอีก 1,000-2,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนในช่องวัน HD เน้นรายการเจาะกลุ่มคนเมือง ออกอากาศเดือน ก.ค. โดยผังรายการของทีวีทั้งสองช่อง จะมีทั้งรายการครอบคลุมทุกประเภท โดยเฟสแรกจะคัดรายการจากแซทเทิลไลท์ที่เรตติ้งดีมาออกอากาศ อาทิ รายการจากแฟนทีวี ลงช่องบิ๊ก โดยนำรายการมาออกอากาศซ้ำ ส่วนเฟส 2 ช่องบิ๊กจะเริ่มเดือน ต.ค. และคาดว่าจะครบทุกแพลตฟอร์มต้นปีหน้า
ขณะที่บุคลากรในการทำงานได้ดึงคนจากวงการแวดวงทีวีมาร่วมงาน ปัจจุบันมีแล้ว 70-80 คน และจะเพิ่มเป็น 150 คนในปีหน้า อาทิ น.ส.นารากร ติยายน นั่งแท่น ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว สายงานดิจิทัลทีวี มีอย่างน้อย 3 รายการ เน้นข่าวที่สังคมที่ให้ความสนใจ สร้างสรรค์ในมุมบวกและเป็นกลาง เริ่มออกอากาศเดือน ก.ค. 3 ช่วง คือ ข่าวเที่ยง ข่าวเย็น และข่าวดึก ส่วนเฟส 2 เดือน ต.ค. จะเพิ่มข่าวเช้า อีกทั้งได้ร่วมมือกับมันนี่ ชาแนล ซื้อข่าวสำนักงานในไทยและต่างประเทศ เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง
“แกรมมี่มีพร้อมทุกอย่าง โดยเฉพาะการผลิตรายการ บุคลากรจากละคร ภาพยนตร์ ทีมดารานักแสดง จึงขึ้นอยู่กับการแข่งขัน หากรุนแรงก็พร้อมปรับแผนรายการให้เร็วขึ้นแต่ขณะนี้เรตติ้งทีวีดิจิทัลยังไม่มีความชัดเจน ต้องรอถึงเดือนก.ค.ถึงมีเรตติ้งออกมา การแข่งขันน่าจะสูงขึ้น จึงต้องรอดูสถานการณ์และความพร้อมของผู้ชม หากนำรายการดีๆมาแพร่ภาพ ผู้ชมไม่พร้อมก็ไม่คุ้ม” นายไพบูลย์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังพิจารณาจะลดรายการในฟรีทีวีลง หลังจากทีวีดิจิทัลของแกรมมี่เต็มรูปแบบ ซึ่งจะประหยัดค่าเช่าเวลาทางฟรีทีวีได้ถึงปีละ 1,000 ล้านบาท และอนาคตรายได้จากธุรกิจทีวีจะเป็นเรือธงของบริษัท โดยอัตราค่าโฆษณาปีนี้เป็นหลักหมื่นบาท ส่วนปีหน้าคาดว่าจะขยับเป็นหลักแสนบาทขึ้นไป รวมทั้งมีรายได้จากกล่องรับสัญญาณ 4 5 ล้านกล่อง
ขณะเดียวกัน ทีวีดิจิทัลจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะโปรโมทธุรกิจเพลงของบริษัทได้เต็มที่ ในช่วงไพรม์ไทม์ จากเดิมอยู่หลังเที่ยงคืน อีกทั้งยังมีธุรกิจโชว์บิส วิทยุ ละคร หนัง หรือมีครบในบรอดคาสต์ เป็นโอกาสทองที่บริษัทรอมาร่วม 3-4 ปี เพื่อใช้ธุรกิจสื่อที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ หลังจากลงทุนทีวีดิจิทัลร่วม 3,000 ล้านบาท และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีให้ กสทช. 500 ล้านบาทต่อปี จะส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างกำไรได้ในปีหน้านี้ ส่วนปีนี้อาจขาดทุนบ้าง โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้จากรายการทีวีแซทเทิลไลท์ และฟรีทีวีมาช่วยสร้างความสมดุลย์ รายได้กว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจสื่อ 60-70% และเพลง 30-35%







