
คงบัญชีดำไทยละเมิดลิขสิทธิ์
สหรัฐยืน‘จับตามองเป็นพิเศษ’8ปีซ้อนพณ.รับสภาพชี้การเมืองยุ่งทำแก้กม.สะดุด
สหรัฐยืน‘จับตามองเป็นพิเศษ’8ปีซ้อนพณ.รับสภาพชี้การเมืองยุ่งทำแก้กม.สะดุด
สหรัฐจัดไทยอยู่บัญชีจับตามองพิเศษเป็นปี 8 พาณิชย์รับสภาพ แก้ไขกฎหมายช้า เพราะปัญหาการเมือง
นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ได้ประกาศผลการจัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้า ตามมาตรา 301 กฎหมายการค้าพิเศษสหรัฐ ประจำปี 2557 โดยสหรัฐยังคงจัดไทยอยู่ในบัญชีประเทศจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) ไว้เช่นเดิม และมีอีก 9 ประเทศที่ถูกจัดอยู่ในบัญชีเช่นเดียวกับไทย คือ แอลจีเรีย อาร์เจนตินา ชิลี จีน อินเดีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน รัสเซีย เวเนซุเอลา
ทั้งนี้ สหรัฐได้จัดไทยอยู่ในบัญชีพีดับเบิลยูแอลมาตั้งแต่ปี 2550 และต่อเนื่องจนถึงปี 2557 ทำให้ไทยอยู่ในสถานะบัญชีดังกล่าวมาแล้วเป็นเวลา 8 ปี และการที่ไทยถูกจัดอยู่ในสถานะดังกล่าว ถือการลดความน่าเชื่อถือของไทยในการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาในสายตานานาชาติ ตลอดจนทำให้สหรัฐอาจใช้มาตรการทางการค้าที่เป็นผลทางลบต่อไทย เช่น การทบทวนการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ซึ่งมีสินค้าที่ไทยได้รับสิทธิจีเอสพีจากสหรัฐ เช่น สิ่งทอ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตร แต่ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้สหรัฐยังไม่ได้นำมาตรการเหล่านี้ มาใช้กับไทย
นางกุลณี กล่าวว่า สาเหตุที่สหรัฐยังคงอันดับไทยอยู่ในบัญชีพีดับเบิลยูแอล เนื่องจากมองว่าการออกกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของไทยยังไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งกฎหมายเอาผิดเจ้าของพื้นที่ที่อนุญาตให้มีการจำหน่ายสินค้าละเมิด กฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ กฎหมายป้องกันการละเมิดทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงการแก้ไขกฎหมายความลับทางการค้า และการแก้ไขกฎหมายศุลกากร เพื่อตรวจจับสินค้าละเมิดที่ผ่านแดนและถ่ายลำเรือ
“การคงให้ไทยอยู่ในบัญชีพีดับเบิลยูแอล ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เพราะสิ่งที่สหรัฐต้องการมากที่สุดเป็นเรื่องการออกกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยขั้นตอนต้องใช้เวลาและพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่เนื่องจากไทยมีปัญหาทางการเมือง ทำให้การพิจารณากฎหมายต้องหยุดชะงัก โดยกรมยืนยันที่จะเร่งผลักดันการออกกฎหมายทันที เมื่อมีรัฐบาลใหม่” นางกุลณี กล่าว
อย่างไรก็ตาม สหรัฐขอให้ไทยหาทางออกกรณีปัญหานำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะกรณีสิทธิบัตร เช่น การเปิดเผยข้อมูลการทดสอบยาและผลิตภัณฑ์เคมีเกษตรที่ใช้ประกอบการขออนุญาตวางตลาด โดยสหรัฐขอให้ไทยเปิดโอกาสให้เอกชนหรือบริษัทที่เป็นเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องเหล่านี้ด้วย
นางกุลณี กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมยืนยันว่าไทยได้มีการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเต็มที่ โดยที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (NICE) ทำงานร่วมกับ 25 หน่วยงาน ในการเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปราม และยังมีการรณรงค์ป้องกันการละเมิด ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย และเอกชนเจ้าของสิทธิ ซึ่งมั่นใจว่าจะมีส่วนในการผลักดันให้สหรัฐถอดไทยออกจากบัญชีพีดับเบิลยูแอลในอนาคต
นอกจากนี้ สหรัฐจัดประเทศที่อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (ดับเบิลยูแอล) 27 ประเทศ ลดลงจากปี 2556 ที่มี 30 ประเทศ โดยประเทศที่ถูกถอด ได้แก่ อิสราเอล อิตาลี และฟิลิปปินส์ เนื่องจากสหรัฐเห็นว่า ได้ดำเนินการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจริงจัง







