posttoday
บล.กอดคอกำไรวูบเกิน60%

บล.กอดคอกำไรวูบเกิน60%

02 พฤษภาคม 2557

พิษการเมืองกดค่าคอมพ์หุ้นอนุพันธ์ร่วงภาวะไม่เอื้อใช้มาร์จิ้นดอกเบี้ยทรุดฮวบ

พิษการเมืองกดค่าคอมพ์หุ้นอนุพันธ์ร่วงภาวะไม่เอื้อใช้มาร์จิ้นดอกเบี้ยทรุดฮวบ

ธุรกิจหลักทรัพย์เดี้ยงเป็นแถว กำไรหายวับเกิน 60% ซิมีโก้ถึงขาดทุน เหตุค่าคอมมิชชั่นทรุด มาร์จิ้นลด

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่ายอดการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหุ้น (มาร์จิ้นโลน) ของบริษัทอยู่ในช่วงระหว่าง 9,000–1 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปี 2556 ที่เคยขึ้นไปสูงสุดถึงระดับ 1.5 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ยอดมาร์จิ้นโลนดังกล่าวถือว่าเป็นระดับที่ดียังเป็นที่น่าพอใจ และราคาหุ้นไม่ได้ผันผวนมาก การปล่อยมาร์จิ้นก็กระทำด้วยความรอบคอบ และปีนี้ไม่พบว่ามีการบังคับขายหุ้น (ฟอร์ซเซล) เพื่อนำมาชำระคืนมาร์จิ้นโลน

ด้านผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกปีนี้ MBKET มีกำไรสุทธิ 127.87 ล้านบาท ลดลง 411.13 ล้านบาท หรือ 76.28% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 539 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ค่านายหน้า (คอมมิชชั่น) ซื้อขายหลักทรัพย์ลดลง 823.09 ล้านบาท หรือ 65.89% เหลือ 425.97 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัท ลดลงจาก 15,072 ล้านบาท เป็น 4,977 ล้านบาท ตามตลาดโดยรวมที่ลดลงจาก 57,928 ล้านบาท เป็น 27,719 ล้านบาท

ขณะเดียวกันรายได้ค่าคอมมิชชั่นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็ลดลง 24.74 ล้านบาท หรือ 33% เป็น 50.21 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของบริษัทลดลงจาก 10,445 สัญญา เป็น 7,684 สัญญา ซึ่งยังคงเป็นไปตามตลาดอนุพันธ์โดยรวมที่ลดลงจาก 77,118 สัญญา เป็น 57,340 สัญญา

สำหรับรายได้ดอกเบี้ยมาร์จิ้นลดลง 34.59 ล้านบาท เป็น 131.01 ล้านบาท หรือลดลง 20.89% เนื่องจากเงินให้มาร์จิ้นเฉลี่ยลดลง 12,237 ล้านบาท เป็น 9,676 ล้านบาท

ด้านค่าใช้จ่ายรวมลดลง 414.56 ล้านบาท หรือ 43.13% เป็น 546.49 ล้านบาท เช่น ต้นทุนทางการเงินลดลง 16.27 ล้านบาท หรือ 15.37% จากดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่เงินวางหลักประกันของลูกค้าและเงินกู้ยืมระยะสั้น ค่าธรรมเนียม และบริการจ่ายลดลง 51.71 ล้านบาท หรือ 55.67% และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานลดลง 358.93 ล้านบาท หรือ 57.11%เป็นผลมาจากการลดลงของคอมมิชชั่นและผลตอบแทนมาร์เก็ตติ้ง

บล.เอเซีย พลัส (ASP) มีกำไรสุทธิเพียง 95 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้ลดลงจำนวน 299 ล้านบาท คิดเป็น 75.88% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิถึง 394 ล้านบาท

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร ASP กล่าวว่า บริษัทมีรายได้ค่าคอมมิชชั่นจำนวน 225 ล้านบาท ลดลง 62% ซึ่งมีผลให้ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันของบริษัทลดลง 65% เป็น 1,807 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมและบริการก็ลดลง 58 ล้านบาท คิดเป็น 46% เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการจัดการกองทุน รวมถึงกำไรจากการซื้อขายเงินลงทุนทั้งในหุ้นและอนุพันธ์ 46 ล้านบาท ลดลงถึง 76% ดอกเบี้ยมาร์จิ้นลดลง 40% และบริษัทมีค่าใช้จ่ายรวม 307.76 ล้านบาท ลดลง 42%

บล.โนมูระ พัฒนสิน (CNS) มีกำไรสุทธิเพียง 56 ล้านบาท ลดลงถึง 101 ล้านบาท หรือ 64% โดยมีรายได้รวมลดลง 218 ล้านบาท จากค่าคอมมิชชั่น ดอกเบี้ยมาร์จิ้น รวมถึงค่าธรรมเนียม

ขณะเดียวกัน บล.ซีมิโก้ (ZMICO) ขาดทุนสุทธิ 6.03 ล้านบาท พลิกจากไตรมาสแรกปี 2556 ที่มีกำไรสุทธิ 75.60 ล้านบาท แต่หากคิดเฉพาะผลงานของบริษัทกลับสลับข้างเป็นมีกำไรสุทธิ 54.05 ล้านบาท ฟื้นจากขาดทุนสุทธิ 4.68 ล้านบาท หรือกำไรเพิ่มขึ้น 58.73 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่