
ชี้ช่องบุกเวียดนาม
เน้นธุรกิจที่ถนัดห้ามลงทุนข้ามสายกระทุ้งบีโอไอช่วยเอสเอ็มอีหาแหล่งเงิน
เน้นธุรกิจที่ถนัดห้ามลงทุนข้ามสายกระทุ้งบีโอไอช่วยเอสเอ็มอีหาแหล่งเงิน
แนะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีบุกเวียดนาม ด้วยธุรกิจที่ถนัด หลังลุยข้ามกลุ่มเจ๊งเพียบ
นายประเสริฐ เพชรมุณี อดีตนายกสมาคมธุรกิจไทยเวียดนาม เปิดเผยว่า ต้องการให้ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่จะเข้าไปลงทุนในเวียดนาม เลือกลงทุนเฉพาะธุรกิจที่มีความถนัดหรือมีประสบการณ์ พร้อมศึกษาว่าตนมีความพร้อมมากกว่าคู่แข่งเพียงใด
“เอสเอ็มอีไทยไปบุกตลาดเวียดนามจำนวนมากแต่เจ๊งกลับมา เพราะไปทำธุรกิจที่ไม่ถนัด บางคนทำธุรกิจอัญมณีที่ไทย แต่ไปเวียดนามกลับทำธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจรับจ้างทำของ บางรายถึงขั้นไปทำนากุ้ง ซึ่งตัวเองไม่ใช่มืออาชีพ เมื่อเจอตลาดและกฎระเบียบที่ไม่คุ้น ก็เจ๊ง” นายประเสริฐ กล่าว
ผู้ประกอบการที่พบว่าความถนัดของตัวเองสอดคล้องกับช่องว่างตลาดในเวียดนาม ยังต้องดูความพร้อมและทักษะของตัวเองเปรียบเทียบกับเวียดนามด้วย เช่น หากเวียดนามได้คะแนนความพร้อม 8090 คะแนน และตัวเองได้คะแนน 8090 คะแนนเช่นเดียวกันก็ไม่ควรไป
ปัจจุบันภาพรวมตลาดเวียดนามค่อนข้างเสถียรแล้ว อีก 3 ปีข้างหน้าจึงน่าจะเป็นประเทศที่มีโอกาสสำหรับนักลงทุนสูงมากประเทศหนึ่งในอาเซียน
สำหรับผู้ที่สนใจจะไปลงทุนต้องหาข้อมูลและรู้จักติดต่อกับคน 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ที่โฮจิมินห์ ซิตี้ ที่จะให้คำปรึกษากฎหมายและช่วยเหลือคนไทยที่ไปเวียดนาม 2.ทูตพาณิชย์ เนื่องจากจะมีข้อมูลทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิ เช่น การค้าการส่งออกระหว่างไทยและเวียดนามรายอุตสาหกรรม และ 3.สมาคมนักธุรกิจไทยในเวียดนาม เพื่อให้รู้ช่องทางและข้อควรรู้การลงทุน
ทั้งนี้ ต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีนโยบายสนับสนุนเพิ่มเติมให้นักลงทุน เพราะปัจจุบันเอสเอ็มอียังมีปัญหาเรื่องสินเชื่อเพื่อการลงทุน
ด้าน นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี เวียดนามถือเป็นประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจยากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันมีนักลงทุนทั้งรายใหญ่และเอสเอ็มอีหลากหลายชาติ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐ เข้าไปแข่งขันจำนวนมาก นอกจากนี้นักธุรกิจเวียดนามเองก็พัฒนาตัวเองจนมีความสามารถในการแข่งขันสูงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจจำเป็นต้องศึกษาให้รอบด้านก่อนการลงทุน ไม่ใช่ศึกษาแค่เฉพาะด้านเศรษฐกิจ แต่ต้องศึกษาด้านวัฒนธรรมด้วย เพราะหลายรายที่ไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน เพราะขาดความเข้าใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น







